สีมีผลต่องานออกแบบอย่างไร

สำหรับคนที่สนใจด้าน Visual Design แล้วกำลังเช็คตัวเองว่าตอนนี้มีอะไรบ้างที่เราจำเป็นต้องรู้ วันนี้จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสี และหลักจิตวิทยาการสื่อความหมายของสี ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากสำหรับการทำงานในสายที่เราต้องสื่อสารผลงานผ่านการรับรู้ทางสายตา

อาจเคยมีคนสงสัยว่า ทำไมบริษัทไอที หรือเทคโนโลยีบนซีกโลกฝั่งตะวันตกจึงชอบใช้สีน้ำเงิน หรือสีฟ้ากันนักหนา ขณะที่ฝั่งตะวันออกที่เป็นอีกซีกโลกกลับชอบใช้สีแดง ทั้งที่ก็เป็นกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมเช่นเดียวกัน อะไรคือปัจจัยในการเลือกใช้สีของนักออกแบบ มาร่วมวิเคราะห์แนวคิดของพวกเขาไปพร้อมๆ กันว่ามีหลักเกณฑ์อะไรซ่อนอยู่ภายใต้การเลือกใช้สีเหล่านี้


0Cover.jpg

ความหมายของสีต่างๆ ที่เราเห็นในงานออกแบบนั้น เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ตีความจากสิ่งที่เรารับรู้ตามธรรมชาติ ขั้นตอนเหล่านี้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติในมนุษย์ทุกคน ซึ่งหากเราสังเกตดีๆ จะพบความเชื่อมโยงระหว่างสีของตามธรรมชาติ (เช่น สีแดงของไฟ หรือดอกกุหลาบ สีฟ้าของท้องฟ้า และทะเล สีเขียวของต้นไม้) กับความรู้สึกตามสามัญสำนึก หรือสัญชาตญาณของเราที่มีต่อสัมผัสทางธรรมชาติที่เรามองเห็นแล้วเรารู้สึกอย่างไร (สีแดงจากไฟคือร้อน อันตราย สีฟ้าจากท้องฟ้าคือปลอดโปร่ง สดใส และสีเขียวจากต้นไม้คือความสดชื่น)

ทั้งนี้ก็เพราะการสร้างความหมายนั้น จำเป็นต้องเชื่อมโยงสิ่งที่มนุษย์ได้สัมผัสทางสายตากับความรู้สึกทางกายภาพ รวมทั้งความรู้สึกในระดับจิตวิทยา หรือจิตใต้สำนึกตามธรรมชาติ

กระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดหลักการเกี่ยวกับสี และการสื่อความหมาย ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญมากสำหรับ Graphics Designer เพราะในงานออกแบบ สีไม่ได้มีหน้าที่แค่เฉพาะในเชิง Function (การทำหน้าที่ในเชิงกายภาพที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์อยู่) แต่ต้องรวมไปถึงหน้าที่ในเชิง Emotion (เชิงอารมณ์ความรู้สึกที่เกี่ยวกับจิตวิทยาการรับรู้ของมนุษย์) ควบคู่กันไปทั้งสองแบบ


สี และการสื่อความหมาย

สีแดง

สีแดงเป็นสีที่อ้างอิงมาจากไฟ ดวงอาทิตย์ และเลือด ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับพลังงาน สงคราม อันตราย ความชั่วร้าย ความกล้าหาญ ความแข็งแรงพลัง ความมุ่งมั่น ตลอดจนความปรารถนา และความรัก

ในเชิงกายภาพ สีแดงเป็นสีที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญของมนุษย์ เพิ่มอัตราการหายใจ และเพิ่มความดันโลหิต สีแดงมีทัศนวิสัยในการมองเห็นที่สูงมาก จึงมักใช้ทำให้เกิดความรู้สึกที่เร้าอารมณ์ ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อบ่งบอกถึงอันตราย หรือการห้าม เช่น สัญญาณไฟฟ้าแรงสูง หรือสัญญาณไฟจราจร รวมทั้งเป็นสีที่พบได้ในธงประจำชาติหลายแห่งเพื่อสื่อถึงสายเลือด ความเป็นชาติ และความกล้าหาญ

ข้อความ และรูปภาพที่ใช้เป็นสีแดงมักจะเน้นเพื่อกระตุ้นให้คนตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว เป็นสีที่สมบูรณ์แบบสำหรับส่วนที่ต้องการเน้น

01.jpg

เมื่อเลือกใช้สีแดงก็สามารถแสดงถึงพลัง ความดุดัน และความแข็งแกร่งของผู้หญิงออกมาได้


ส้ม

สีส้มคือสีที่รวมพลังงานของสีแดง และความสุขของสีเหลือง เป็นสีของแสงแดด บรรยากาศที่ร้อน อบอุ่น สีส้มจึงหมายถึงความกระตือรือร้น ความหลงใหล ความสุข ความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น ความสำเร็จ การให้กำลังใจ และการกระตุ้น

ในสายตามนุษย์สีส้มเป็นสีที่ร้อนมาก ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่น สีส้มช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในสมองเพิ่มความชุ่มชื่น และกระตุ้นกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ เป็นที่ยอมรับของคนหนุ่มสาว ดังนั้นสีส้มจึงสื่อไปถึงการมองโลกในแง่ดี สุขภาพที่ดี ความบริบูรณ์ อุดมสมบูรณ์ดังเช่นความฉ่ำของผลส้มนั่นเอง นอกจากนี้ สีส้มยังมีผลทางจิตวิทยาช่วยกระตุ้นความหิวด้วย

03.jpg
04.jpg

สีส้มสามารถกระตุ้น ปลุกเร้า และสร้างความกระตือรือร้นออกมาได้


สีเหลือง

สีเหลืองเป็นสีของแสงแดด ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสุข สติปัญญา และพลังงาน ในทางจิตวิทยา สีเหลืองช่วยเชื่อมต่อความคิดในจิตใต้สำนึกของเรา และเป็นสีที่ส่งพลังงานออกไปสู่สมองของเราได้ไวที่สุดอีกด้วย สีเหลืองกระตุ้นความร่าเริง กระตุ้นกิจกรรมทางจิตใจ ดังนั้นจึงใช้เพื่อเน้นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการออกแบบ

สีเหลืองเป็นสีที่ช่วยในเรื่องของการเจริญอาหาร และช่วยสร้างความมั่นใจ สีเหลืองเข้มจะช่วยกระตุ้นความรู้สึก และความคิดถึงอนาคตที่สดใส และดียิ่งขึ้น ขณะที่สีเหลืองหม่นจะให้ความรู้สึกเจ็บป่วยอ่อนแอ

สีเหลืองเป็นสีที่ไม่เสถียร และเป็นธรรมชาติ สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์สากลของการเตือนให้ระวัง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้สีเหลือง หากคุณต้องการนำเสนอเกี่ยวกับความมั่นคง และความปลอดภัย 

05.jpg

สีเขียว

สีเขียวเป็นสีของธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ของการเจริญเติบโต ความกลมกลืน ความสดชื่น ความอุดมสมบูรณ์ ปลอดภัย และการเริ่มต้นใหม่สิ่งใหม่ๆ การเติบโต นอกจากนี้ สีเขียวยังเป็นสัญลักษณ์สากลของคำว่า ‘ผ่าน’

สีเขียวเป็นสีที่สงบมากที่สุดสำหรับสายตามนุษย์ สีเขียวเข้มช่วยในเรื่องการมองเห็น และสมาธิ นอกจากนั้นยังมีพลังช่วยให้จิตใจภายในสงบ ช่วยพัฒนาอารมณ์ และพฤติกรรม ขณะที่สีเขียวนั้นช่วยสร้างความรู้สึกที่สดชื่น มีชีวิตชีวา และมีความเป็นธรรมชาติ

06.jpg
07.jpg

สีฟ้า

สีฟ้าเป็นสีของท้องฟ้า เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งใหม่ๆ สติปัญญา ความฉลาด ความไว้วางใจ และความศรัทธา ถือเป็นสีที่มีประโยชน์ต่อจิตใจ และร่างกาย ชะลอการเผาผลาญอาหารของมนุษย์ และก่อให้เกิดความผ่อนคลาย ความสดใส และปลอดโปร่ง สีฟ้าจึงนิยมใช้กับแบรนด์เกี่ยวกับไอที และเทคโนโลยีระดับสูง

เนื่องจากเป็นสีที่ช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย สีฟ้าจึงสื่อถึงความสงบ ความเย็น ความสดชื่นอีกด้วย ว่ากันว่าผู้คนทั่วโลกกว่าครึ่งนั้นมีสีฟ้าเป็นสีโปรด อาจเพราะเหตุนี้ โทนสีฟ้าไล่ไปจนถึงโทนน้ำเงินเข้มจึงถูกเลือกให้เป็น ‘สีที่ปลอดภัย’ ที่สุดในกรณีที่นักออกแบบไม่แน่ใจว่าจะใช้สีอะไรดี

08.jpg
09.jpg

สีน้ำเงิน

สีน้ำเงินมาจากท้องฟ้า และทะเล มักจะเกี่ยวข้องกับความลึก ความมั่นคง ความจงรักภักดี ความเชี่ยวชาญ ภูมิปัญญา และความมั่นใจ เป็นสีที่ยอมรับว่าเป็นตัวแทนของผู้ชาย ถือเป็นสีที่มีประโยชน์ต่อจิตใจก่อให้เกิดความรู้สึก สงบ ปลอดภัย และมั่นคง 

สีน้ำเงินนั้นจะสื่อถึงความมีระดับ ฐานะของสังคมชั้นสูง และความร่ำรวย สีน้ำเงินเข้มแสดงออกถึงความรู้ ความเฉลียวฉลาด ตรรกะเหตุผล และความไว้เนื้อเชื่อใจ หากดีไซเนอร์ต้องการเลือกสีใดสีหนึ่งเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศสุขุม และเป็นมืออาชีพ สีน้ำเงินเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณอย่างแน่นอน

10.jpg
11.jpg

สีชมพู

สีชมพูเป็นสีที่เชื่อมโยงมาจากสีแดงที่มีพลังความปรารถนา และความรัก แต่มีความอ่อนโยนมากกกว่า ดังนั้น ในทางจิตวิทยา สีชมพูจึงมีพลังในการรักษา โดยเฉพาะกับผู้ที่มีปัญหาทางอารมณ์ สีชมพูช่วยให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย และอ่อนโยนขึ้นได้

ขณะเดียวกัน สีชมพูก็ช่วยสร้างความรู้สึกที่เร้าอารมณ์ เป็นสีที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิง มีความหมายถึงความรัก ความอ่อนโยน มีความเป็นมิตร ความน่าทะนุถนอม สีชมพูจะมักจะมีผลต่อความรู้สึกด้านความอ่อนโยน อ่อนเยาว์ อ่อนหวาน มีความนุ่มนวล ความสวยงาม ถือเป็นโทนสีที่มีผลทางจิตวิทยาที่น่ารักเอามากๆ เลยล่ะ

12.jpg
13.jpg

สีม่วง

สีม่วงเป็นสีรวมความมั่นคงของสีน้ำเงิน และพลังงานของสีแดง สีม่วงเข้มเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ศักดิ์ศรีความหรูหรา ฐานันดรศักดิ์ ความสง่างาม ความเย่อหยิ่งอวดดี และความทะเยอทะยาน บ่งบอกถึงความมั่นคง มั่งคั่ง และความฟุ่มเฟือย แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกของการไว้อาลัย ความเศร้าโศก ขณะที่สีม่วงอ่อนจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกความอ่อนไหว โรแมนติก ความคิดสร้างสรรค์

สีม่วงมีความสัมพันธ์กับความลึกลับ ความมหัศจรรย์ เวทมนตร์คาถา และความเพ้อฝัน ในทางจิตวิทยา สีม่วงเป็นสีที่ช่วยในการนอนหลับ ช่วยในการทำสมาธิ ซึ่งสีม่วงเป็นสีที่หายากมากในธรรมชาติ บางคนคิดว่ามันเป็นสีที่แสดงให้เห็นถึงความประดิษฐ์ ไม่ได้มีอยู่ในธรรมชาติ

14.jpg
15.jpg

สีขาว

สีขาวเกี่ยวข้องกับแสงสว่าง ความดี ความไร้เดียงสา และความบริสุทธิ์ สถานพยาบาล และการปลอดเชื้อโรค ถือว่าเป็นสีสันแห่งความสมบูรณ์แบบ สีขาวสามารถแสดงถึงการเกิด จุดเริ่มต้นที่ประสบความสำเร็จ ความเท่าเทียม การแต่งงาน เพราะเป็นสีที่เหมือนกับสีของหิมะ สีขาวจึงสื่อถึงฤดูหนาว ความเย็น และความสะอาด นอกจากนี้ ยังสื่อถึงความหลุดพ้น ความว่างเปล่า ความเบา และความตาย

ในทางจิตวิทยา สีขาวมีผลช่วยในการชำระล้างความคิดและความรู้สึก แต่ในด้านลบ สีขาวก็สื่อถึงความรู้สึกหนาว เบื่อหน่าย จืดชืด และไม่มีความสุข หากดีไซเนอร์ใช้สีขาวในงานออกแบบมากเกินไป อาจทำให้ผู้ดูเกิดความรู้สึกว่างเปล่า และเหงาได้ เป็นข้อที่ควรระมัดระวัง

16.jpg
17.jpg

สีดำ

สีดำมีส่วนเกี่ยวข้องกับอำนาจ ความสง่างาม ความเป็นทางการ ในแง่ลบ สีดำสื่อให้เห็นถึงความกลัว ความมืด ความตาย ความชั่วร้าย และความลึกลับ สีดำเป็นสีที่เกี่ยวข้องกับความกลัว และมักจะมีความหมายแฝง เป็นสัญลักษณ์ของความเศร้าโศก รวมทั้งถือเป็นสีที่เป็นทางการ มีพลังอำนาจ และหรูหรามีระดับ 

สีดำเป็นสีอมตะคลาสสิคในงานออกแบบ เพราะเมื่อใช้เป็นพื้นหลังจะทำให้การอ่านง่ายขึ้น ขณะเดียวกันสีอื่นๆ ก็โดดเด่นขึ้นเมื่ออยู่กับสีดำ เป็นสีที่มีประสิทธิภาพสำหรับการอ่าน แต่หากใช้มากเกินไปจะทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ

18.jpg

MV เพลง Iron ส่วนใหญ่ถูกทำเป็นสีดำทั้งหมด สร้างความลึกลับ แต่มีระดับ


จากบทความนี้ เราจะอธิบายแค่เพียงความหมายของสี และความหมายในมิติเกี่ยวกับที่มา และความเชื่อมโยง เพื่อการสร้างความหมายให้กับสีต่างๆ ที่ส่งผลต่อความรู้สึกเท่านั้น

ส่วนแนวทางการประยุกต์ใช้การออกแบบ เราจะไม่ระบุแบบเฉพาะเจาะจงว่าสีอะไรควรใช้ในสถานการณ์ไหน ทั้งนี้เพราะการเลือกใช้นั้นขึ้นอยู่กับบริบทแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มเป้าหมาย ความเชื่อ สภาพสังคม และวัฒนธรรม

ซึ่งบริบทที่ว่านี้ อาจทำให้สีเดียวกันมีความหมายมากกว่าหนึ่งความหมาย โดยบางสีจะมีทั้งความหมายทั้งเชิงบวก และเชิงลบซ่อนอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น สีแดงในสังคมตะวันตกอาจหมายถึงความชั่วร้าย ปีศาจแดง ส่วนสังคมตะวันออกอาจหมายถึงความรุ่งเรื่อง ร่ำรวย ซึ่งก็เป็นความท้าทายของนักออกแบบว่ามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับบริบทมากน้อยแค่ไหน

การเปิดตัวชุดแข่ง Manchester United 2016-17 ที่เซียงไฮ้ ประเทศจีน คือตัวอย่างที่ชาญฉลาดในการสร้างภาษาภาพใหม่ๆ จากความเข้าใจเรื่องสีที่เชื่อมโยงกับบริบททั้งทางวัฒนธรรม และความเชื่อ ทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออก จากปีศาจแดง และกลายเป็นเทพเจ้า

การเปิดตัวชุดแข่ง Manchester United 2016-17 ที่เซียงไฮ้ ประเทศจีน คือตัวอย่างที่ชาญฉลาดในการสร้างภาษาภาพใหม่ๆ จากความเข้าใจเรื่องสีที่เชื่อมโยงกับบริบททั้งทางวัฒนธรรม และความเชื่อ ทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออก จากปีศาจแดง และกลายเป็นเทพเจ้า


หลักการเกี่ยวกับสี และความหมายนั้นถือเป็นพื้นฐานที่จำเป็นต้องรู้ แต่เราในฐานะ Graphics Designer ควรเลือกประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดจนกลายเป็นสูตรสำเร็จที่น่าเบื่อ

เมื่อเข้าใจหลักการก็ต้องกล้าที่จะทดลอง พลิกแพลง เพื่อนำไปสู่กระบวนการคิด และสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่มีความน่าสนใจต่อไป

-

Contributor : Akkharaphon Dantonglang