มิวสิควิดีโอตัวแรกของประเทศไทย ที่คุณสามารถดูได้ 360°

001 Cover.jpg

คิดว่าเมื่อไม่นานมานี้ แฟนเพลงของ Bodyslam คงต้องตะลึงกับมิวสิควิดีโอสุดล้ำที่เอาเทคนิคของการทำ VR เข้ามาใช้เต็มๆ จนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเราจะได้เห็นอะไรแบบนี้ในมิวสิควิดีโอของไทยกับเขาด้วย แต่เรื่องที่ทั้งน่าดีใจ และน่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นก็คือนี่คือทั้งหมดที่คุณเห็นเป็นฝีมือของคนไทย 100%

หากคนที่เคยเห็นมิวสิควิดีโอสุดแหวก ที่ฉีกกระแสการเล่าเรื่องที่ได้รับความนิยมในมาร์เก็ต แต่กลับมาเน้นโชว์กึ๋นในด้านเทคนิคล้วนๆ หลายคนคงอาจนึกถึงมิวสิควิดีโอเพลง Hailstorms ของ Hugo ที่หลายคนทึ่งมาแล้ว ครั้งนี้ BEAR จึงอยากแนะนำ “วิชาตัวเบา” ผลงานใหม่ล่าสุดของ Bodyslam อีกหนึ่งเอ็มวีที่น่าสนใจในเชิงภาพ และเทคนิคไม่แพ้กัน และทั้งคู่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ และลูกบ้าดีเดือดของต้น ยศศิริ ใบศรี ผู้กำกับมากฝีมือแห่งบริษัท หัวกลม


What is VR?

ในระยะหลังมานี้ เราคงเคยได้ยินคำว่า VR ผ่านหูกันมากขึ้น แต่ VR คืออะไร น่าสนใจยังไง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกัน 

VR หรือ Virtual Reality แปลตรงตัวก็คือ “ความจริงเสมือน” อธิบายในเชิงเทคนิคให้เข้าใจได้มากขึ้นก็คือการสร้างประสบการณ์ในการรับชมของคนดูให้รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่เห็น ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นจำเป็นต้องใช้ควบคู่กับแว่นตา VR ซึ่งเป็นอุปกรณ์เฉพาะช่วยให้มองได้รอบตัวทั้ง 360° ได้อย่างอิสระ

เรามักจะเห็นงานประเภท VR ในรูปแบบของการจำลองสถานที่ เช่น Google Street View ในเกมต่างๆ สื่อการศึกษา โฆษณา หรือในโชว์ประเภทต่างๆ เช่น งานมอเตอร์โชว์ เปิดตัวสินค้า งานแฟชันโชว์ แต่น้อยครั้งที่จะเห็นในรูปแบบของเอ็มวี แม้แต่ในผลงานมิวสิควิดีโอต่างประเทศก็ตาม แต่ Bodyslam กลับนำมาให้พวกเราได้ชมกัน “วิชาตัวเบา” ในครั้งนี้ของ Bodyslam จึงเรียกได้ว่าไม่ใช่เบาๆ เลย


Pre-Production
Bodyslam x Huaglom

หลายคนคงจินตนาการว่ามันน่าจะเต็มไปด้วยความสนุก ไอเดียบรรเจิด คุยกันแบบมืออาชีพ แต่ความเป็นจริงของคนทำงานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุ้น หรือเรื่องใหม่ ทุกโจทย์คือความท้าทายหมดแต่คำพูดแรกของต้น ยศศิริที่บอกกับเราคือ “ตายล่ะ แค่ VR ก็ว่ายากแล้ว นี่ยังเป็น Animation VR อีก แล้วจะทำยังไง แล้วจะทำได้ไหมในเวลาที่กำหนด” แต่สิ่งที่ตกตะกอนจากความวิตกต่างหากที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราทุกคนพร้อมแค่ไหนที่จะท้าทายตัวเองกับโจทย์ใหม่ๆ

002.jpg

“พี่ตูนอยากได้เอ็มวีที่เน้นเทคนิคบ้าง เพราะเอ็มวีของ Bodyslam เน้นเล่าเรื่องมาโดยตลอด บวกกับพี่ตูนเขาชอบเอ็มวีเพลง Hailstorms ของ Hugo ที่ผมทำ เลยอยากได้ Animation มาอยู่ในเอ็มวีของ Bodyslam บ้าง” ต้น ยศศิริบอกกับเราว่าเขาตกลงทำโปรเจ็กต์นี้โดยที่ตัวเองก็ไม่มีกล้องสำหรับถ่าย VR สักตัว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันต้องซื้อที่ไหน แต่นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ร่วมงานกับพี่ตูน และวง Bodyslam อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะให้ตัวเอง และทีมได้ลองทำอะไรใหม่ๆ “ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ”


Concept x Direction

“พี่อยากเห็นคนไทยทุกคนบินได้” นี่คือโจทย์จากพี่ตูน Bodyslam ที่ต้องการให้คนไทยลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เราเคยคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ การตีความในเชิงภาพของต้น ยศศิริ และทีมหัวกลมคือการคงคอนเซ็ปต์ของการปล่อยวางตามชื่อของเพลง “วิชาตัวเบา” ให้มากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับความคิดของทางพี่ตูนที่อยากให้เพลงนี้เป็นเหมือนกับภาคต่อของเพลง “ขอบฟ้า” ที่ผู้หญิงลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ต้น ยศศิริจึงบอกพี่ตูนว่าเขาจะทำเอ็มวีให้พี่ตูนบินให้ได้ การทำงานของทีมหัวกลมกับเอ็มวีเพลงนี้จึงเริ่มต้นตั้งแต่วันนั้น วันที่มีแค่เพียงเนื้อเพลงอยู่บนกระดาน และดนตรีเดโมที่ยังไม่ได้ร้องจริง จึงได้แต่จดเนื้อเพลงออกมาแล้วจินตนาการภาพตาม

003.jpg

ในแง่ของภาพจึงเป็นการลอยขึ้นไปบนฟ้า โดยที่ช่วงแรกนั้นจะเป็นการเล่าเรื่องราวผ่านความมืด และบรรยากาศชวนให้ความรู้สึกอึดอัดไปกับพี่ตูน หลังจากนั้นก็จะเริ่มปลดปล่อย ปล่อยวาง เราจะพาคนดูออกจากความอึดอัดไปสู่ที่โล่ง ค่อยๆ ลอยสู่ฟ้า จนกระทั่งลอยขึ้นสู่ห้วงอวกาศ เป็น “วิชาตัวเบา” ในรูปแบบของ Bodyslam ที่หัวกลมอยากถ่ายทอด Direction ของภาพนั้นชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คือตั้งใจให้เป็นงานแบบ Collage ผสมผสานหลายๆ เทคนิค มี 3D แบบยุค Old School เพราะเรารู้ว่า 3D ในรูปแบบ Realistic นั้นคงเป็นไปไม่ได้ในข้อจำกัดของทั้งงบประมาณ และเวลา งานเริ่มตั้งแต่วันนั้น วางแผนการทำงาน ทำสตอรีบอร์ด


Production คิดยาก แต่การถ่ายทำกลับยากยิ่งกว่า
VR 360° Camera = Insta360 Pro

เมื่อได้รับโจทย์ว่าต้องเป็น VR แต่เพราะตอนนั้นกล้อง VR ที่เป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ จะมีแค่ Insta360 เท่านั้น ซึ่งที่ไทยก็ยังไม่มีขาย สุดท้ายก็ตัดสินใจให้ทีมบินไปสิงคโปร์จนได้กล้องรองรับงานชิ้นนี้ได้จริงๆ กลับมา ทั้งหมดเกิดขึ้นแค่ภายในไม่กี่วันหลังจากเราได้รับโจทย์นี้มาจาก Bodyslam

004.jpg

การทำงานของกล้อง VR แบบ 360° คือในหนึ่งภาพจะถูกบันทึกด้วยกล้องหกตัวพร้อมๆ กัน โดยกล้องแต่ละตัวจะถูกวางในมุมองศาที่ต่างกัน เรียงวนเป็นวงกลม ภาพที่ได้จะเป็นภาพขนาด 8K (7680x4320) ที่ด้านบนล่าง และซ้ายขวาต่อกันหมด เป็น VR ที่สมบูรณ์แบบทั้ง 360°

005.jpg

8K เมื่อวิชาตัวเบาไม่ได้เบาสมชื่อ

นอกจากเป็นงานที่ใช้เทคนิคมากมายแล้ว อุปกรณ์ที่รองรับกับเทคนิคต่างๆ ได้ก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน ก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าทีมหัวกลมจะเคยทดลองทำงาน VR นี้กับชิ้นงานอื่นๆ แต่กลับพบปัญหามากมาย ทั้งเรื่องของไฟล์ขนาด 8K ซึ่งคอมพิวเตอร์ MacPro สเป็กสูงสุดที่มีอยู่ก็ไม่สามารถทำงานได้ แม้จะลอง Convert เป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็กแล้วก็ยังตัดต่อทำงานไม่ได้ จนต้องเปลี่ยนอุปกรณ์การทำงานใหม่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งยากเย็นที่สุดของโปรเจ็กต์นี้

“ที่ผ่านมา เราพยายามสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดบนขีดจำกัดของอุปกรณ์อยู่แล้ว อุปกรณ์ก็ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือใจ เพราะเทคนิคที่ใช้ ต้องใช้ทั้งทักษะ ความอดทน และความประณีตในการทำแต่ละขั้นตอนสูงมาก”


Frame by Frame Animation

เทคนิคการทำ Animation แบบ Frame by Frame ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของทีมหัวกลม แน่นอนว่าเราย่อมได้เห็นเทคนิคนี้อยู่ในเอ็มวีเพลงวิชาตัวเบาเช่นกัน ทีมหัวกลมทุกคนใช้เวลาตลอดหนึ่งสัปดาห์ ช่วยกันพิมพ์ภาพที่ถ่ายจากกล้อง VR แล้วนำมาวาดซ้อนทีละเฟรม จากนั้นก็นำภาพที่วาดแต่ละเฟรมมา Scan แล้วใส่เข้าโปรแกรมแล้วเชื่อมต่อกันแบบ 360° เพื่อทำเป็น VR อีกครั้ง

006.jpg

ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด เพราะทุกเฟรมต้องห้ามขยับ หมายความว่าภาพทุกภาพต้องทบกันพอดี และต้องเชื่อมต่อกันได้หมด เลยต้องมีการ Mark จุดในแบบที่ถ่าย Green Screen ทำแล้วทำอีกซ้ำๆ จนเราทุกคนเห็นว่าเออ...มันเวิร์คแล้วนะ เทคนิคได้แล้ว บินได้แล้ว VR Animation ก็ได้แล้ว พร้อมลุย

007.jpg

แต่ความยากลำบากในงานทำงานไม่ได้จบลงง่ายๆ เพราะในส่วนของงาน Animation ที่ดีไซน์ไว้ว่าจะสร้างอารมณ์ที่ขาดกับคนดู อึดอัดก็จะกดดันจนถึงที่สุด ปล่อยวางก็จะต้องปลอดโปร่งสุด จึงวาด Animation ด้วยโทนสีขาวและดำที่ต่างกันสุดขั้ว แม้แนวคิดในการสื่อสารจะน่าสนใจ แต่ผลกลับออกมาตรงกันข้าม นั่นคือดูแล้วปวดตามาก ต้น ยศศิริบอกเราว่าปวดแบบสามารถฆ่าคนตายได้เลยล่ะ กระบวนการทั้งหมดเลยเหมือนถูกรื้อมาทำใหม่ เอาไปละลายให้มันซอฟต์ลง “เสียดายนะ แต่ไม่เป็นไร พยายามทำยังไงก็ได้ให้มันให้ออกมาดีที่สุด”

008.jpg

3D Animation X Cinema 4D

ไม่เพียงแต่ Animation แบบ Frame by Frame เท่านั้น แต่ต้น ยศศิริ และทีมหัวกลมกลับอัพระดับความหินของงานนี้ยิ่งขึ้นด้วยเทคนิคการทำ Animation แบบ 3D ด้วยโปรแกรม Cinema 4D ซึ่งเราจะได้เห็นจากฉากที่คนดูจะรู้สึกเหมือนตัวเองเบาจนบินขึ้นท้องฟ้าได้

009.jpg

ขั้นตอนการทำงานในช่วงนี้มีการทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า รวมทั้งแนวคิดที่จะทำให้กล้อง VR บินไปแบบคนดูด้วยโดรน แต่ก็ใช้งบประมาณสูงมาก ทั้งยังไม่มีการันตีได้ว่ามันจะใช้ได้ แม้แต่การเอาโดรนติดกล้องเก็บภาพแบบ Panorama ไล่เป็นเฟรมๆ จากพื้นจนถึงท้องฟ้า ทุกทิศ และทุกองศา แต่ก็ไม่เวิร์ค สุดท้ายเลยตัดสินใจเอาเทคนิคการทำ 3D Animation มาใช้

010.jpg

เราใช้โปรแกรม Cinema 4D สร้างฉากบนพื้นและเมฆเป็น 3D ขึ้นมาใหม่หมด โดยตั้งกล้องใน Cinema 4D ทั้งหมด 6 มุมเหมือนกับมุมกล้อง VR แต่ละตัว แล้วRTender แยกออกมาเป็นส่วนๆ จากนั้นก็เอามาทำ Composite รวมกันทั้งหมดในแบบ VR ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าพอใจ จากนั้นก็เพิ่มความสนุกลงไป อยากให้คนดูเหมือนว่ายอยู่บนท้องฟ้า มีวาฬ แมงกะพรุน ที่ทั้งหมดก็สร้างจาก Cinema 4D เช่นกัน

011.jpg

Bodyslam กับมินิคอนเสิร์ตบนท้องฟ้า

ต้น ยศศิริบอกกับเราว่าเนื่องจากทางพี่ตูนให้อิสระกับการทำงานกับทางทีมมาก เขาจึงอยากเต็มที่กับมันเช่นกัน เมื่อขั้นตอนการทำงานต่างๆ เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาก็ตั้งคำถามว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพี่ตูนเล่นคอนเสิร์ตสดๆ บนท้องฟ้า?” ผลที่ตามมาก็คือเราจึงได้เห็นวง Bodyslam ทั้งวงเล่นดนตรีท่ามกลางก้อนเมฆ แน่นอนว่าจะต้องเป็นแบบ VR 360° ให้คนดูได้รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ท่ามกลางวง Bodyslam ทั้งวงจริงๆ!

012.jpg

ทีมหัวกลมสร้างก้อนเมฆจริงๆ ที่ตีเส้นผ่านศูนย์กลางที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 10 เมตรขึ้นมาในสตูดิโอ! ความยากในขั้นต่อมาก็คือต้องหาสตูดิโอที่มีขนาดใหญ่กว่านั้นอีกมากๆ เพื่อพื้นที่ในการตั้งกล้อง และอุปกรณ์การถ่าย และเมื่อทุกอย่างลงตัว ก็ได้ต้น เรืองฤทธิ์จาก DuckUnit มารับหน้าที่ในการออกแบบแสงไฟแบบคอนเสิร์ตจริงๆ ให้ ทุกอย่างจึงได้ออกมาชวนตื่นตะลึงอย่างที่เห็น

013.jpg

Post Production VR 360° X Mettle

สำหรับการสร้างภาพ VR 360° หลังจากได้ภาพที่ถ่ายทำ และสร้าง Animation แบบ 360° แล้ว ขั้นต่อมาคือการ Composite และการตัดต่อในรูปแบบ VR ซึ่งต้น ยศศิริบอกกับเราว่าตอนนั้นมี Plug In ชื่อ Mettle ของ After Effect แล้วต่อมา Adobe ก็ไป Take Over มาใส่เป็นฟังก์ชันทำงาน VR ของ Premiere Pro และ After Effect แล้วเพิ่งอัพเดทหลังการถ่ายทำได้แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น คือถ้า Tag Timeline กลับไปก็คือช่วงที่เพิ่งเปิดตัวตอนเดือนพฤศจิกายนพอดี คราวนี้สิ่งที่เขา และทีมหัวกลมต้องทำก็คือ “ต้องนับหนึ่ง เรียนรู้ใหม่ทั้งหมด!”

014.jpg

Composite ด้วย After Effect และ Fusion

ในช่วงเวลาที่ทุกคนได้รับชมมิวสิควิดีโอเพลงวิชาตัวเบาแล้วนั้น การเรียนรู้เรื่องการทำ VR อาจไม่ใช่เรื่องยากมาก แต่ในช่วงเวลาที่ทีมหัวกลมต้องทำงานแข่งกับเวลาอยู่นั้น กลับไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยเมื่อแต่ละโปรแกรมที่ใช้ทำงานล้วนพากันอัพเดทกันหมด โดยเฉพาะในส่วนการทำ Composite ต่างๆ ที่ต้องใช้โปรแกรม After Effect, Fusion และ Premiere Pro

015.jpg

โดยสรุปแล้ว ความยากของ MV นี้อยู่ที่ Workflow การทำงาน VR 360° เพราะในบ้านเรายังไม่มีการทำงานในรูปแบบนี้มากนัก ทุกอย่างต้องเรียนรู้ใหม่หมด ตั้งแต่การหากล้อง VR การหาคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน 8K ก็ใช้วิธีการเรียนรู้ และปรับตัวกันไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด


Feedback

เรียกว่าทีมงานทุกคนทำกันเต็มสูบกับผลงานชิ้นนี้ แต่ก็ยังไม่ดีพอ จนซิงเกิลเพลงวิชาตัวเบาถูกเลื่อนเป็นซิงเกิลที่สองแทน ทำให้เรามีเวลาทำงานกันอย่างเต็มที่ สุดท้าย Feedback ก็ถือว่าโอเค คนตื่นเต้นกับเอ็มวีที่เป็น VR ตัวแรกของไทย แถมยังเป็นวงร็อคใหญ่ เลยกลายเป็นว่าวงร็อคกล้าทำเทคนิคก่อนวงอินดี้ ทั้งที่ส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะเห็นการถ่ายทำเทคนิคใหม่ๆ ในวงอินดี้ก่อน


Huaglom

ต้น ยศศิริบอกกับเราว่าความสนุกของเขา และทีมบริษัทหัวกลมคือได้ลองทำงานใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้บริโภค เมื่อครั้งก่อนตอนที่ทำเอ็มวีเพลง Hailstorms ของ Hugo คนก็เริ่มเข้าใจว่า Animation แบบ Frame by Frame มันก็สื่อสารได้นะ เดี๋ยวนี้ก็เริ่มเห็นงานสไตล์นี้ในบ้านเรามากขึ้น “หัวกลมเองก็ได้ทำงานแนวเทคนิคมาเรื่อยๆ พอมาครั้งนี้ เราทำ VR ก็ได้ลองประสบการณ์ ใหม่ๆ ที่คนสามารถเข้าใจมันได้ ก็ทำให้ได้งาน VR ใหม่ๆ ได้สนุกกับมัน”

016.jpg

ท่ามกลางเทรนด์การทำงานแบบเล่าเรื่องตามสมัยนิยมที่มีจำนวนมาก ดูเหมือนว่าหัวกลมจะเป็นบริษัทโปรดักชันสวนกระแสที่เน้นวิธีการทำงานแบบทดลองและโฟกัสเทคนิคใหม่ๆ กล้าลองเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา เหมือนสนุกที่ได้ท้าทายตัวเองไปเรื่อยๆ มาคอยติดตามกันว่าเขาและทีมหัวกลมจะทำอะไรใหม่ๆ ออกมาให้เราได้ว้าวกันอีก