Video Mapping คนไทย ไปไกลถึงสเปน

005.jpg

“เมื่อวัดเบญจมบพิตรถูกยกไปตั้งที่สเปน”

ฟังดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่จู่ๆ วัดที่อยู่คู่ประเทศไทยของเรามาหลายร้อยปี จะไปโผล่ขึ้นท่ามกลางยุโรปเพียงชั่วข้ามคืน แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วด้วยฝีมือการทำ Projection Mapping ของตั้ว พงษ์อมร โอฬารรังสีกุล และ Motion House บริษัทเล็กๆ ที่ยกวัดเบญจมบพิตรจากบ้านเราฝ่าผู้เข้าแข่งขันทั่วโลก กลายเป็นทีมเอเชียเพียงทีมเดียวที่เข้าสู่รอบสุดท้ายของ Luz y Vanguardias 2018 เทศกาล Projection Mapping สุดตระการตาที่ประเทศสเปน!

จากกิจกรรมชาเลนจ์กันในออฟฟิศเพื่อพัฒนาทักษะที่ยากขึ้นในทีม สู่การประกวดที่สุดแสนประทับใจที่ใช้ชื่อว่า “Life” เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมทั่วพลาซามายอร์ วันนี้ BEAR มีนัดพูดคุยกับ ตั้ว พงษ์อมร ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานสร้างชื่อหนึ่งเดียวจากเอเชีย เป็นตัวแทนมาแชร์ประสบการณ์ และเบื้องหลังการสร้างผลงานให้เราได้รู้กัน


Projection Mapping คืออะไร

ปัจจุบัน Projection Mapping หรือ Video Mapping ถือว่าไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่ด้วยจุดเด่นของสื่อรูปแบบนี้ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ ในการรับชมภาพ ที่มีผลงานที่น่าตื่นเต้น และแปลกใหม่อยู่เสมอ โดยเฉพาะงานที่ต้องการสร้าง Impact ให้กับผู้ชมในพื้นที่นั้นๆ ณ เวลานั้น อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับบริบทด้านพื้นที่ หรือวัตถุได้เป็นอย่างดี หากจะอธิบายนิยามของ Projection Mapping ให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คงต้องแยกคำจำกัดความออกเป็นสองส่วน ได้แก่

Projection คือวิธีการแสดงผล หรือการฉายภาพที่มีลักษณะแบบเดียวกันกับเครื่องฉายภาพยนตร์ที่แหล่งกำเนิดแสงจะฉายภาพจากเครื่องฉายไปยังจอ หรือพื้นที่รับภาพที่แสงตกกระทบเพื่อแสดงผลภาพ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการฉายก็คือ Projector ที่มีความละเอียดสูง  

Mapping คือการฉายภาพลงบนพื้นที่รับภาพในรูปแบบต่างๆ ที่มากกว่าจอภาพแบนๆ สี่เหลี่ยม ซึ่งอาจเป็นพื้นที่หรือวัถตุที่มีรูปร่างที่หลาย และรูปทรงที่มีมิติ อาจจะนูนลอยตัวขึ้น หรือบุบเข้าไปก็ได้ เช่น อาคาร หรือวัตถุ (เช่น รถยนต์ รองเท้า เป็นต้น) โดยภาพจะมีลักษณะที่ตรงตามตำแหน่งของพื้นที่รับแสงนั้นๆ เสมือนว่าวัตถุนั้นมีการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงรูปร่าง และมีมิติอาจนูนสูงหรือนูนตํ่าลงไปได้อย่างน่าสนใจ

ภาพอธิบายการฉายภาพทั่วไปกับ Projection Mapping

ภาพอธิบายการฉายภาพทั่วไปกับ Projection Mapping


Luz y Vanguardias

เทศกาล “Luz y Vanguardias” เป็นงานจัดแสดง Video Projection Mapping ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สามแล้ว เพื่อให้เหล่าศิลปิน หรือสตูดิโอต่างๆ ได้แสดงฝีมือ โดยคัดเลือก 30 ผลงานที่ดีที่สุดจากทั่วโลกขึ้นฉายบนสถาปัตยกรรมที่เป็นอาคารเก่าประจำเมือง พลาซามายอร์ เมืองซาลามังกา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมีผลงานจากชาติตะวันตก อาทิ สเปน เยอรมัน ออสเตรีย โคลัมเบีย เม็กซิโก โรมาเนีย ฮังการี อิตาลี แคนาดา บราซิล และหนึ่งในผลงานที่ผ่านเข้ารอบมานั้น มีเพียงผลงานชิ้นเดียวที่มาจากทวีปเอเชีย ซึ่งก็คือผลงานจากประเทศไทย!

ภาพบรรยากาศงาน “Luz y Vanguardias” โซนหลักของเทศกาล ที่งาน “LIFE” แสดง ณ พลาซามายอร์

ภาพบรรยากาศงาน “Luz y Vanguardias” โซนหลักของเทศกาล ที่งาน “LIFE” แสดง ณ พลาซามายอร์


Video Mapping “Life”

สําหรับ Video Mapping “Life” ที่นำเสนอเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิด โดยใช้วัดซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับเมืองไทยเป็นไฮไลท์ เมื่อแต่ละประเทศต่างก็มีของดีเป็นของตัวเอง ไทยเราก็คงเป็นวัด ตั้ว พงษ์อมร และทีม Motion House จึงตั้งคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าวัดเบญจมบพิตรของเราไปอยู่แทนที่พลาซามาเยอร์ นำเสนอความเป็นไทยให้ชาวต่างชาติได้สัมผัสในรูปแบบใหม่ จนกลายเป็นที่มาของผลงานชิ้นนี้

ภาพบรรยากาศตอนแสดงงาน Video Projection Mapping “LIFE”

ภาพบรรยากาศตอนแสดงงาน Video Projection Mapping “LIFE”


Motion House’s Challenge

“คือจริงๆ มันเริ่มจากความอิ่มตัวของงาน ณ ตอนนี้ ที่เป็นงานเชิงพาณิชย์ที่ส่วนใหญ่มักโดนตีกรอบจากลูกค้ามากเกินไป น้องๆ ในทีมก็เลยมีเป้าหมายที่อยากทำอะไรใหม่ที่สนุกๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง”

ปกติตั้ว และทีมมักจะมีกิจกรรมชาเลนจ์กันอยู่เรื่อยๆ ในออฟฟิศ เช่น การสร้าง Principle of Design หรือ 12 Rules of Animation จนวันหนึ่งพวกเขาได้เจอกากประกวด Mapping ในเว็บไซต์ หลังจากนั้น จากงานสนุกๆ กันในทีมก็ได้กลายเป็นการรวมพลังกันเพื่อสร้างผลงานเพื่อส่งประกวดในระดับอินเตอร์ครั้งนี้

“ซึ่งจริงๆ เราเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ด้านนี้มากอยู่แล้ว แต่เราชอบงานด้านนี้ คิดว่าน่าจะสนุก ก็เลยลองยื่นใบสมัครไปดู เมื่อพอมาเริ่มทำเอง ก็รู้สึกสนุกไปกับงานนี้”

โดยงานนี้พวกเขาได้โจทย์การทำงานที่อิสระ โดยทางผู้จัดไม่ได้กำหนดเนื้อหามาให้ มีเพียงภาพแปลนของตัวอาคารที่จะฉายเท่านั้น และจากนี้เหลือเวลาเพียงเดือนสำหรับการทำงาน

“เราได้แค่แปลนอาคาร ซึ่งทางเราต้องมาขึ้น 3D โมเดลกันใหม่ จากนั้นก็วาง Concept กัน แบ่งงาน ให้แต่ละคนไปคิดได้เต็มที่ หลังจากที่ไปคิดกันมาก็นำเอาสร้างเป็น Storyboard เป็น Key Visual ขึ้นมา ด้วยความที่คนเรามี 5-6 คน ก็แบ่งคนละ 30 วินาที สุดท้ายก็นำมารวมกันจะได้ 3 นาที พอดี”


Life Concept

“ทางผู้จัดค่อนข้างเปิดกว้างทางความคิดและให้อิสระกับเรา เราก็เลยอยากเล่าเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ภายใต้ชื่อ “Life” บวกกับอยากดึงเอกลักษณ์ของประเทศ ซึ่งก็คือวัดไทย พอลองสเก็ตซ์แล้วโครงสร้างอาคารของเขาก็ตรงกับโครงสร้างวัดได้พอดี ก็เลยเลือกวัดที่อยู่บนเหรียญห้ามานำเสนอ (วัดเบญจมบพิตร)”

ภาพสเก็ต วัดเบญจมบพิตรเทียบกับ อาคารหน้าพลาซามายอร์

ภาพสเก็ตวัดเบญจมบพิตรเทียบกับอาคารหน้าพลาซามายอร์

ภาพบรรยากาศตอนแสดงงาน Video Projection Mapping “LIFE”

ภาพบรรยากาศตอนแสดงงาน Video Projection Mapping “LIFE”

จากทีมงานในออฟฟิศมีทั้งหมด 6 คน กับเวลา 1 เดือน เพื่อเรียนรู้การ Projection Mapping ไปพร้อมๆ กับการสร้างผลงงานจริงชิ้นนี้ 

“วิธีการคือแบ่งงานกันตามโจทย์ ตามความถนัดของแต่ละคน แล้วให้ไปศึกษาเพื่อเติมเรื่อง Projection Mapping โดยเราโยนโจทย์ที่ยากขึ้นให้ทีม เขาก็จะค่อยๆ ปรับตัวพัฒนาเรียนรู้เองเรื่อยๆ ก็ใช้วิธีทำไปด้วย เรียนไปด้วย”

ภาพ Storyboard ผลงาน “Life” ที่เล่าเรื่องการเวียนว่าย ตายเกิด

ภาพ Storyboard ผลงาน “Life” ที่เล่าเรื่องการเวียนว่าย ตายเกิด

งานนี้ทางทีม Motion House ใช้ Cinema 4D  และ After Effect เป็นเครื่องมือหลัก มีเพียงส่วนที่เป็นวัด 3D ที่ ใช้ Maya ปั้นในส่วนนี้ โดยอุปสรรคของงานนี้คือขนาดของไฟล์งานที่ขนาดใหญ่มากๆ ทีมงานจึงต้องวางแผนการทำงานเป็นอย่างดี เพื่อให้ทันเวลาการประกวด

“พอเราไปดูผลงานชิ้นอื่นๆ ก็รู้ว่ายังต้องพัฒนาอีกเยอะครับ จากผลงานที่ได้รางวัลชนะเลิศ ทำให้รู้ว่างานของเราดีเทลยังน้อยไป แต่พองานน้องที่ลงมือทำถูกเลือกจริงๆ มันกลายเป็นแรงผลักดัน และปลุกตัวเองให้คนในทีม อยากพัฒนาขึ้นมาอีกเรื่อยๆ”  

แม้ว่าผู้ชนะจะตกเป็นของ Pneuma จากทีม Video Mapping Pro แต่ผลงานงาน Life ก็เรียกเสียงปรบมือ และถูกนำเสนอในสื่อต่างประเทศ นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญของทีม Motion House ตัวแทนจากประเทศไทย และทีมเดียวในเอเชีย

ภาพ Mr. Inma Barcelo ตัวแทนจากเทศกาลมอบประกาศนียบัตร “Luz y Vanguardias 2018” ให้แก่ตั้ว พงษ์อมร โอฬารรังสีกุล

ภาพ Mr. Inma Barcelo ตัวแทนจากเทศกาลมอบประกาศนียบัตร “Luz y Vanguardias 2018” ให้แก่ตั้ว พงษ์อมร โอฬารรังสีกุล


จากผลงานที่ไปได้ไกลเกินคาด ส่งผลให้ทีมงานมีพลัง และกำลังใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ สนุกๆ ออกมาอีกอย่างแน่นอน เมื่อพูดถึงเป้าหมายต่อไปของ Motion House ตั้ว พงษ์อมรได้พูดด้วยทัศนคติที่เป็นบวกต่อวงการ Motion Graphics ในบ้านเราว่า

“ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ จอต่างๆ ไม่ได้น้อยลง แล้วลูกเล่นของจอก็มากขึ้นเรื่อยๆ โดยการปล่อย Campaign ปัจจุบันก็ไปอยู่ในหลาย Platform มากขึ้นทั้ง Social Media หรือสื่อนอกบ้านต่างๆ (Out of Home Media) การใช้ Motion Graphics ยังสามารถไปตอบโจทย์ตรงนั้นอีกเยอะ”

“เรายังสนุกกับงาน และอยากพัฒนาทีมให้เป็น Specialist ในด้าน Motion และอยากเสริมทีม ทั้งด้าน Graphic Design และ 3D Motion เพื่อสนับสนุนงาน Motion ของเราให้ดีกว่าเดิม และก็อยากให้ใครที่นึกถึง Motion Graphics ก็ให้นึกถึงเราก็พอแล้ว”