Projection Mapping X ความเป็นไปได้ X ความคิดสร้างสรรค์

แฟนเพลงของศิลปินระดับตำนานอย่าง David Bowie ที่ได้มีโอกาสชมการแสดงของ Lady Gaga ในงาน Grammy Award ปี 2016 คงต้องขยี้ตากันหลายรอบสักหน่อยที่จู่ๆ ก็ดันเห็นใบหน้า Lady Gaga กลายเป็นใบหน้าของศิลปินคนโปรดตัวเองเสียอย่างนั้น

นี่คือเทคนิค Face Tracking ซึ่งถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดครั้งสำคัญของการทำ Projection Mapping ที่สร้างเสียงฮือฮาชั่วข้ามคืน เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าการทำ Projection Mapping ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ยิ่งเป็นการทำบนพื้นผิวที่มีรูปทรงตื้นลึกแตกต่างกันยิ่งถือเป็นการยากยิ่งขึ้นไปอีก แล้วการทำ Projection Mapping บนพื้นผิวนอกจากจะมีลักษณะความสูงต่ำที่หลากหลายแล้วยังเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทั้งขยับไปซ้าย และขวา และโดยเฉพาะการ Tracking ริมฝีปากขณะร้องเพลงนั้น ถือว่าเป็นงานหินที่สุดจนไม่พูดถึงคงไม่ได้แล้ว

Grammy Award 2016 : The Lady Gaga Experience + Intel Performance (David Bowie Tribute)

Grammy Award 2016 : The Lady Gaga Experience + Intel Performance (David Bowie Tribute)

https://www.metatube.com/en/videos/297646/58th-GRAMMYs-The-Lady-Gaga-Intel-Performance-David-Bowie-Tribute/

เทคโนโลยีสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในอดีตให้เป็นไปได้ แล้วยังมีความเป็นไปได้อะไรบ้างในการใช้ Projection Mapping เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ชม วันนี้เราจะร่วมค้นหาความเป็นไปได้เหล่านั้นในการสร้างสรรค์งานด้าน Projection Mapping ไปด้วยกัน


Projection Mapping?

เราเคยพูดถึงเรื่องของ Projection Mapping ไปบ้างแล้วในบทความก่อน
Video Mapping คนไทย ไปไกลถึงสเปน

ปัจจุบัน ด้วยปัจจัยด้านเทคโนโลยีเครื่อง Projector และซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อาจพูดได้ว่า Projection Mapping นั้นสามารถฉายภาพลงบนฉากพื้นผิวที่มีลักษณะใดๆ ก็ตามเท่าที่เราสามารถจินตนาการได้ ตั้งแต่งานสเกลยักษ์ Sydney Opera House ไปจนถึงขนมหวานจนเล็กๆ ที่แสนน่ารัก

จากไอเดียการฉายภาพลงบนพื้นผิวแบบต่างๆ ได้ปรับสู่การฉายภาพแบบ Interactive ที่มีการตอบสนองแบบ Real Time โดยผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรม ปัจจุบันจึงเป็นที่นิยมสำหรับงานประเภท Live Event


Wow Experience/Live Event

ทำไมงานลักษณะ Event จึงนิยมใช้ Projection Mapping?

สำหรับงาน Live Event แทบทุกประเภท เช่น การแสดงดนตรี การเปิดตัวรถยนต์ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ หัวใจสำคัญก็คือการมอบประสบการณ์ที่น่าสนใจ และการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชม ทั้งนี้ก็เพราะการสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจจนต้องร้องว้าว! (Wow) นั้นเป็นการสร้างการจดจำ

อีกทั้งผู้ชมยังสามารถมีส่วนร่วมกับผลงานได้จนนำไปสู่เกิด Share และส่งต่อบน Social Media มีคนพูดถึง และส่งต่อไปเรื่อยๆ ในสื่อสาธารณะจนอาจเป็น Viral สร้างการรับรู้ในวงกว้าง ซึ่งในแง่ของการประชาสัมพันธ์ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลลัพธ์ที่ผู้จัดงานล้วนคาดหวังเพราะความประทับใจเหล่านี้จะช่วยสร้าง Engagement ให้กับแบรนด์นั้นๆ ได้ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าแบรนด์ชั้นนําส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ Projection Mapping เพื่อทำการตลาดแบบ Experimental Marketing มากแค่ไหน


3D/Interactive Experience

สำหรับงาน Projection Mapping นั้นเราสามารถถอดโครงสร้างออกเป็นส่วนเนื้อหาภาพ (Content) กับ ฉากพื้นผิว (Display Surface) ทั้งสองส่วนนี้คือองค์ประกอบสำคัญ ในฐานะคนทำงานจะต้องแสวงหาไอเดีย เทคนิค วิธีการที่น่าสนใจ รวมทั้งความคิดสร้างสรรค์มากมาย ทั้งหมดก็ล้วนเพื่อเติมเต็มเข้าไปในโครงสร้างดังกล่าวเพื่อสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมกันทั้งนั้น

ลักษณะของ Content ที่จะนำไปฉายอาจสร้างด้วยเทคนิค Animation, Live Action หรือ Motion Graphics โดยจุดเด่นงาน Projection Mapping คือการสร้างงานในลักษณะ 3D Optical Illusion ที่ภาพจะมีมิติเสมือนจริง ซึ่งแน่นอนว่าภาพแบบนี้จะสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากสื่อรูปแบบอื่นที่เราชมผ่าน Device จอภาพทั่วไปอย่างไม่ต้องพูดถึง

ตัวอย่างงานในลักษณะ 3D Projection Mapping  ผลงาน Swan Lake จาก SILA SVETA

รูปแบบของ Display Surface หรือพื้นที่ฉากหลังสำหรับรับภาพ อาจกล่าวได้ว่าล้วนมีความเป็นไปได้ทั้งหมดในยุคปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง และพื้นที่ขนาดใหญ่ (อาคาร สถาปัตยกรรม สนามกีฬา) พื้นที่ขนาดเล็ก (รถยนต์ รองเท้า ผลิตภัณฑ์) หรือแม้แต่โครงสร้างแบบ 360° รวมทั้งโครงสร้างแบบเคลื่อนไหวได้ 

ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายสำหรับคนสร้างสรรค์ก็คือการสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ทั้งในแง่ Content และ Display Surface รวมทั้งการสร้าง Interception ระหว่างโครงสร้างทั้งสอง


Creative & Experimental Projection Mapping

ต่อไปนี้เป็นผลงาน Projection Mapping ที่มีความโดดเด่นด้านครีเอทีฟ และด้านเทคนิค เราเลือกทั้งงานที่เน้นตอบโจทย์ Commercial และงาน Experimental 

Connected Colors - (WOW)

Face Projection Mapping ผลงานของ Nobumichi Asai จาก WOW ที่ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาร่วมกับ Intel ที่เรียกว่า Real Time Tracking & Projection Mapping เป็นการผสมผสานเพื่อเปลี่ยนใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง ให้เป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่ถูกสะกดจิตไม่เหมือนสิ่งที่คุณเคยเห็นมาก่อน

โดยภาพที่ทำ Projection Mapping ลงไปบน Display Surface ซึ่งในที่นี้ก็คือใบหน้าของคนนั้น จะสามารถเคลื่อนตามตำแหน่งที่เคลื่อนไหวไปมาได้อย่างมหัศจรรย์ ซึ่งผลงานชิ้นนี้ถือเป็นต้นแบบให้เกิดงาน Lady Gaga ในงาน Grammy Award 2016


Portable Multimedia in Canada National Parks

ภาพเบื้องหลังการทำงานทั้งหมดของทีม Moment Factory 

เป็นการจำลองภาพโลกเสมือนของมนุษย์ และธรรมชาติ โดยผู้เข้าชมจะได้รับโปรเจ็คเตอร์ขนาดพกพา เพื่อออกเดินทางสำรวจ และค้นหาสิ่งมีชีวิตในอุทยานแห่งชาติแคนาดา


Borderless

ภาพโซนต่างๆ ของนิทรรศการ Borderless ที่ Digital Art Museum Odaiba

ทีมงานศิลปะของญี่ปุ่น TeamLab สร้างโลกแห่งความฝันที่มีมนตร์ขลังใน Digital Art Museum Odaiba ที่กรุง Tokyo แนวความคิด และฉากต่างๆ ในผลงานชิ้นนี้ต่างไหลรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างโลกหนึ่งแบบไร้พรมแดน โดยนิทรรศการนี้ถูกจัดบนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 10,000 ตร.ม. ติดตั้งได้ด้วยคอมพิวเตอร์ 520 เครื่อง และเครื่องฉายภาพ 470 เครื่อง


Love is in the Air

เรื่องราวความรัก ที่ฉายภาพออกมาด้วย การ Projection ลงบนไออุ่นที่ออกมาจากลมหายใจของคู่รักคู่หนึ่ง งานกำกับของ Wriggles & Robins และผลงาน Animation จาก Treat Studios


Le Petit Chef

เป็นงาน Le Petit Chef ที่ใช้ Projection งาน Animation ลงเคาน์เตอร์บาร์จนพัฒนาเป็นโปรดักต์ Cocktail Factory สำหรับให้เช่าไปจัดแสดงสำหรับงาน Event อีกที เรียกได้ว่าตอบโจทย์ความต้องการ ร้านอาหาร หรือโรงแรมสุดๆ


Willow's Sweater

ผู้กำกับ Filip Sterckx สร้างโลกเสมือนจริงขึ้นมาในมิวสิควิดีโอเพลง Sweater ของ Willow โดยมีโปรเจ็คเตอร์ยิงลงบนกำแพง และลู่เล็กๆ สำหรับเคลื่อนไหวในฉากเท่านั้น แต่ Willow กลับได้นั่งรถไฟ ดำนํ้าผ่านหลุมดำ พายเรือ หรือแม้แต่ฝ่าพายุฝนกลางทะเล เป็น MV เชิงเทคนิคที่มีเสน่ห์ดึงดูดด้วยไอเดียสุดสร้างสรรค์บนเทคโนโลยีแบบ Lo-Tech ที่ฉายเป็นฉากหลัง


Mamoon

ผลงาน Animation แบบเล่าเรื่องที่ตัวละครมีลักษณะ 2.5D ออกแบบ และสร้างการเคลื่อนที่ในโปรแกรม Maya แล้วนำมาฉายลงบนฉากที่สร้างเป็นบล็อกๆ จากพลาสติกจริง ด้วยการทำงานแบบจำลองมุมกล้องในโปรแกรมก่อนทั้งหมด เมื่อตัวละคร 2.5D ฉายลงบนฉากจริงที่สร้างขึ้นจึงได้เป็นภาพ 3D แบบเต็มรูปแบบ


ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา คงได้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่เหล่านักสร้างสรรค์ นักออกแบบ และศิลปินต่างๆ ใช้ Projection Mapping ในบทบาทของการเป็น Media รูปแบบใหม่ที่ทำหน้าที่นำพา Content ในเชิงสร้างสรรค์ไปสู่ผู้ชม ให้พบเจอกับประสบการณ์แสนตื่นตาตื่นใจชนิดที่ต้องบอกว่า คงไม่ง่ายนักที่สื่อรูปแบบอื่นๆ จะเทียบได้

เมื่อถ้า Projection Mapping ขยายขีดจำกัดจนสามารถฉายลงทุกอย่างที่เราสามารถจินตนาการได้แล้ว ดังนั้นก็อยู่ที่ตัวของคุณแล้วล่ะ ว่าต้องการจะพาผู้ชมท่องไปกับจินตนาการอันแสนเหลือเชื่อของคุณ...ไกลแสนไกลแค่ไหน?


-
Contributor : Akkharaphon Dantonglang