อยากเป็น Graphic Designer แต่ไม่มีพื้นฐานเลย ควรเริ่มต้นยังไงดี

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เวลาเห็นโปสเตอร์หนัง ปกอัลบั้มของศิลปิน หรือภาพประกอบในแม็กกาซีน แล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากลงมือทำอะไรกับมันสักอย่าง นั่นถือเป็นสัญญาณที่ยอดเยี่ยมสำหรับจุดเริ่มต้นสู่หนทางของ Graphic Designer ของคุณแล้ว

00_Cover.jpg

นักออกแบบ และศิลปินส่วนใหญ่ต่างก็เริ่มต้นจากความชื่นชอบส่วนตัวกันทั้งนั้น เพราะแน่นอนว่าไม่มีใครเกิดมาปุ๊บ ก็สามารถเป็นดีไซเนอร์มือฉมังได้เลย ทุกคนต่างก็ต้องผ่านช่วงเวลาเหล่านี้กันมาทั้งนั้น จากความชอบ ฝึกฝนจนพัฒนากลายมาเป็น Graphic Designer ในที่สุด

สำหรับการเริ่มต้นของ Graphic Designer นั้นมีอะไรบ้างที่เราจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับวงการนี้ วันนี้เราจะมาลองชำแหละทีละข้อๆ พาทุกคนไปติดตามเรื่องราวเหล่านั้นไปด้วยกัน


Graphic Designer?

สำหรับงาน Graphic Design ในปัจจุบันก็ขยายขอบเขตกว้างขึ้นจากเดิมที่รองรับแต่สื่อที่เป็นภาพนิ่ง แต่ปัจจุบันก็ขยายมาสู่สื่อที่เคลื่อนไหวได้มากขึ้น เช่น Motion Graphic หรือ Web Interactive เป็นต้น

ส่วน Graphic Designer เราสามารถแบ่งแบบกว้างๆ ได้แก่ Artist และ Designer ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

Artist ก็คือกลุ่มคนที่ชื่นชอบการทำงานในแบบศิลปิน หรืออาจเรียกว่า Graphic Artist หรือ Visual Artist และ นักวาดภาพประกอบ (Illustrator) ซึ่งผลงานจะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยอาจตอบสนองความรู้สึกของตัวเองในเชิงศิลปะ หรือการตอบโจทย์ทางธุรกิจก็ได้ โดยใช้สไตล์ และรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาในการตอบโจทย์ เช่น Illustration หรือ Character Design เป็นต้น

ผลงาน collaboration ของ Rukkit Graphic Artist ชาวไทย กับ GShock รุ่นพิเศษ

ผลงาน collaboration ของ Rukkit Graphic Artist ชาวไทย กับ GShock รุ่นพิเศษ

ผลงาน collaboration ของ Rukkit x Nike

ผลงาน collaboration ของ Rukkit x Nike

Designer ก็คือกลุ่มคนที่ชื่นชอบทำงานในรูปแบบของนักออกแบบ มุ่งตอบสนองต่อโจทย์ การใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ทางธุรกิจรวมถึงงานเพื่อสังคมเป็นหลัก รูปแบบ และสไตล์จะเกิดจาก Brief งานลักษณะนี้ จะเน้นกระบวนการออกแบบ (Design Process) เพื่อแก้ปัญหา (Problem Solving) ด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ (Creative Solution) ตัวอย่างเช่น Corporate/Branding Identity หรือ Environmental Graphic

03.png
ภาพ Corporate Identity (CI) ใหม่ของ Uber ที่รับผิดชอบโดยสตูดิโอ Wolff Olins

ภาพ Corporate Identity (CI) ใหม่ของ Uber ที่รับผิดชอบโดยสตูดิโอ Wolff Olins

ลำดับต่อมาสิ่งที่เราควรรู้ คือ ขอบเขตของงาน Graphic Design อาจแบ่งได้ออกเป็นหมวดต่างๆ ยิบย่อยลงไปอีก เช่น

Corporate/Branding Identity คือการใช้ Graphic Design สร้างภาพลักษณ์ขององค์กร หรือตราสินค้า อย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การสร้างโลโก้ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในสาขาต่างๆ โดยผลงานในสาขานี้ มักเน้นการใช้งานที่ยั่งยืน ผลงานอาจไม่หวือหวา แต่ในระยะยาวผลงานที่ดีจะไร้กาลเวลา อยู่เหนือยุคสมัย

ภาพ Corporate Identity (CI) ใหม่ของ mastercard ที่ออกแบบโดย Pentagram

ภาพ Corporate Identity (CI) ใหม่ของ mastercard ที่ออกแบบโดย Pentagram


Visual Campaign คือการใช้ Graphic Design เพื่อกระตุ้นการรับรู้ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยมีประเด็นหรือวาระที่ชัดเจน เช่น งานอีเวนท์โปรโมทภาพยนตร์ หรือการแสดงดนตรี งานแคมเปญโฆษณาโปรโมทเทศกาลฟุตบอลโลก

Visual Campaign ที่ควบคุมโดย Vilt49 ให้ ศิลปินหลายคนมาร่วมออกแบบ

Visual Campaign ที่ควบคุมโดย Vilt49 ให้ ศิลปินหลายคนมาร่วมออกแบบ


Packaging Design คือการใช้ Graphic Design ผสมผสานกับ Product Design โดยบทบาทของงาน Graphic Design จะช่วยในการสร้างความแตกต่าง สร้างการจำจด โดยจะเชื่อมโยงกับ Branding

งาน Adidas อันเรียบง่ายจาก Stockholm Design Lab

งาน Adidas อันเรียบง่ายจาก Stockholm Design Lab


Editorial Design คือการจัดการเนื้อหาที่เน้นข้อมูลให้ออกมาน่าสนใจสวยงามตามคอนเซ็ปต์ และเนื้อหาที่ออกมาในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ โดยจำเป็นต้องผสมผสานเทคนิคการผลิตจริง เช่น เทคนิคการพิมพ์ประเภทของกระดาษ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อสร้างคุณค่า และสร้างประสบการณ์ทางผิวสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของงานสื่อสิ่งพิมพ์ที่สื่อดิจิทัลไม่สามารถแทนที่ได้

หนังสือชื่อ Proud of Lithuania a Fairy Tale ของ Sweet Root ออกแบบโดย Boy Creative Studio

หนังสือชื่อ Proud of Lithuania a Fairy Tale ของ Sweet Root ออกแบบโดย Boy Creative Studio


Environmental Graphic การออกแบบที่เน้นฟังก์ชั่นที่สัมพันธ์กับบริบท ให้ความสำคัญเรื่องขนาดที่สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริงๆ เช่น ป้ายบอกทาง ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ

งาน Digital Signage , Way Finding ของ MIT ที่ออกแบบโดย Pentagram

งาน Digital Signage , Way Finding ของ MIT ที่ออกแบบโดย Pentagram


UI/Interaction Design การออกแบบในรูปแบบ Digital Content โดยรองรับบนอุปกรณ์ที่ใช้งาน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ โดยการออกแบบประเภทนี้ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ Human Computer Interaction ซึ่งก็คือการเข้าใจพฤติกรรม และธรรมชาติในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ สะดวก และรวดเร็วที่สุด รวมทั้งเรื่องความสวยงามและมีเอกลักษณ์ในงานออกแบบ 

งาน UI ของ Nike

งาน UI ของ Nike


Motion Graphics Design คือการนำผลงาน Graphic Design มาสร้างการเคลื่อนไหว ผลงานที่ได้จะมีความหลากหลาย เปลี่ยนไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น Motion Infographics, Character Animation หรือ Title Design

ภาพ Motion Graphic ของ Uber จากสตูดิโอ Wolff Olins

ภาพ Motion Graphic ของ Uber จากสตูดิโอ Wolff Olins


Adobe Creative Cloud

รู้จักประเภทของงานไปแบบคร่าวๆ กันแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเริ่มต้นทำความรู้จักกับเครื่องมือที่เหล่า Graphic Designer ใช้เพื่อเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ในหัว หรือสิ่งที่สเก็ตในกระดาษให้ออกมาเป็นรูปธรรม และให้อยู่ในรูปแบบ Digital Media เพื่อสามารถนำมาต่อยอดเพื่อใช้สำหรับ Platform ต่างๆ แน่นอนว่าเครื่องมือสุดฮิตของเหล่า Graphic Designer ทั่วโลกก็คือโปรแกรมที่ช่วยในการออกแบบของ Adobe หรือ Adobe Creative Cloud

Adobe Photoshop 
เชื่อได้เลยว่าไม่มี Graphic Designer คนไหนที่ไม่เคยผ่านด่านPhotoshop เพราะเจ้าโปรแกรมที่แทบไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อตัวนี้นี่แหละ ที่เป็นด่านแรกๆ สำหรับการเข้าสู่วงการความสามารถของตัวโปรแกรมหลักๆ ก็คือการสร้างภาพ การตัดต่อ และตกแต่งองค์ประกอบต่างๆ ในภาพรวมทั้งใส่เอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ

 

Adobe Illustrator
ถือเป็นด่านต่อมาสำหรับผู้ที่เริ่มมีพื้นฐาน และเริ่มอยากสร้างผลงานประเภท Character Design, Logo และ Infographic ต่างๆ รวมทั้งสำหรับสาย Environmental Graphic ที่ทำงานด้านป้ายบอกทาง และสัญลักษณ์ต่างๆ โดยจุดเด่นของ Illustrator คือการสร้างภาพในรูปแบบ Vector เป็นงานมีความคมชัด โดยภาพที่ได้จะเป็นไฟล์ภาพขนาดใหญ่เมื่อนำไปขยายภาพจะไม่แตก โดยสามารถสร้าง Character ที่ดูบนหน้าจอมือถือไปจนถึงขนาดภาพบิลบอร์ดบนตึก แต่โปรแกรมจะไม่สามารถตกแต่งภาพได้แบบ Photoshop 

 

Adobe Indesign
สำหรับผู้ที่เริ่มมีความสนใจเฉพาะด้านมากขึ้น  โดยโปรแกรมจะเด่นด้านจัด Layout ต่างๆ การจัดการตัวหนังสือ หรือ Text การตั้งค่าหน้ากระดาษ และคุณสมบัติต่างๆ ที่มีจำนวนมาก ซึ่งจะสะดวกกว่าการจัด Layout ด้าย Photoshop หรือ Illustrator โดยผลงานส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบงานจัดหน้าหนังสือหรือนิตยสารทั้งแบบรูปเล่ม และแบบดิจิทัล

 

Adobe After Effects
สำหรับคนที่ต้องการนำภาพที่สร้างจาก Photoshop และ Illustrator มาสร้างภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งสามารถใส่ Effect ต่างๆ ให้กับภาพได้ ผลงานที่ถูกสร้างขึ้นด้วยโปรแกรมนี้ก็คืองานจำพวก Motion Graphic, Motion Info graphic เป็นต้น 


จากทั้งหมดข้างต้น เราอาจจะพอเห็นภาพรวมของผลงานด้าน GraphicsDesign บ้างในระดับหนึ่ง แต่เบื้องหลังการสร้างผลงานเหล่านี้ กลุ่มศิลปิน นักออกแบบ หรือนักสร้างสรรค์ผลงาน Graphic Design ที่ยอดเยี่ยมนั้น ส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตแทบไม่ต่างกับนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้ความทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และเวลา เพื่อการเรียนรู้ ทดลอง ทำซํ้าๆ จนกว่าจะได้ผลงานอันเป็นที่น่าพอใจ

หากเราเคยชมชีวิตของ ยุ่น ในภาพยนตร์เรื่อง “Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” อาจจะพอเห็นสภาพแวดล้อมการทำงานในชีวิตจริงๆ บางส่วนที่เราต้องทำงานภายใต้ความกดดัน จากโจทย์การทำงานต่างๆ ระหว่างการทำงาน  

แต่เมื่อผลลัพธ์ที่ผลงานของเราได้เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ ได้รับการยอมรับ หรือผลงานสามารถ
สร้างผลกระทบในวงกว้างจนไปนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้ สิ่งนั้นอาจจะเป็น “คุณค่า” 
ที่เหล่า Graphic Designer ทุกคนคิดว่า “คุ้มค่า” เพราะสิ่งเรากำลังจะทำมันมีค่ามากกว่า ผลตอบแทนในรูปของรายได้เพียงอย่างเดียว  ซึ่งนี่อาจจะเป็นรสชาติ ที่รอทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวเอง

ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ได้อ่านบทความนี้จบ แล้วรู้สึกคันไม้คันมือ อยากเข้ามาใช้ชีวิตโลกแล่นอยู่กับการออกแบบนี้ ก็อย่าได้กลัว เพราะอาชีพ Graphic Designer นี้ ไม่ได้วัดกันที่ว่าคุณนามสกุลอะไร อายุแค่ไหน เรียนจบอะไรมา แต่วัดกันด้วยความสามารถล้วนๆ อย่าลังเล เริ่มต้นฝึกฝนตัวของคุณเอง เพราะวงการ Graphic Design ของไทย กำลังรอต้อนรับทุกคนอยู่


-
Contributor : Akkharaphon Dantonglang