Motion Graphics Trends 2019

Cover.jpg

อย่างที่เราเคยเกริ่นในบทความเกี่ยวกับ Graphic Design Trends 2019 ไปก่อนหน้าแล้วนั้น ในสัปดาห์นี้จะมาถึงคิวของ Motion Graphics Trends สำหรับ Animator และ Motion Graphics Designer กันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้จะไม่ใช่เรื่องราวของสไตล์การออกแบบ สีอะไร การเคลื่อนไหวแบบไหนกำลังได้รับความนิยมกันช่วงนี้ หรืออะไรที่มันเอาท์ไปแล้ว แต่เรากำลังพยายามสื่อสารผ่านมุมมองที่เป็นจุดยืนในระยะยาวของสาขาสาขาวิชาชีพที่เต็มไปด้วยการแข่งขันนี้ เพื่อให้ Designer ทุกคนได้ปรับตัวแล้วก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของการออกแบบไปด้วยกัน

คงต้องขอย้ำอีกครั้งว่า ผลจากการเปลี่ยนแปลงของสื่อ และพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้น เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญ ทำให้ Brand ต่างๆ จะเริ่มหันโฟกัสมาที่การใช้สื่อรูปแบบ Video หรือ Motion Graphics เพิ่มมากขึ้น โดยจะมีรูปแบบของจอที่หลากหลายขึ้น รวมทั้งการนำ Motion Graphics มาเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างประสบการณ์ในงานด้าน Event และการแสดงสดต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยีที่พัฒนาชนิดก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา ส่วนแนวโน้มของ Motion Graphics ภาพรวมในปีนี้นั้นจะเป็นอย่างไร เชิญติดตามไปพร้อมกันได้เลยครับ


Motion in Brand

เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง Brand ก็มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน ปัจจุบันเมื่อมีการ Rebrand เกิดขึ้น เราเริ่มจะเห็นส่วนที่เป็น Motion ของ Brand เพิ่มเข้ามา จากเดิมที่จะเห็นพวกโลโก้ ฟอนต์ สี หรือรูปภาพที่มักจะออกมาในรูปแบบสองมิติก็เริ่มถูกนำมาขยับให้ดูทันสมัยมากขึ้น ทั้งนี้ เพราะการบริโภคสื่อของผู้ชมเป็นภาพเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น Motion จึงเริ่มมีบทบาทต่อ Brand เพราะสามารถสื่อสารบุคลิกลักษณะของ Brand สามารถสื่อสารผ่าน Motion ได้เช่นกัน และอาจมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นกว่าด้วย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ Motion ของ Netflix ที่จะแทรกอยู่ทุกการรับชมทั้งใน Trailer ที่อยู่ใน Youtube หรือในตอนต้นของภาพยนตร์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า กลยุทธ์การใช้ Motion จะมาพร้อมกับการเคลื่อนไหวทั้งภาพ และเสียงใน Brand แบบนี้ ช่วยทำให้ Netflix เป็นที่จดจำสำหรับกลุ่มผู้ชมทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเป็นภาพที่มีลักษณะนิ่งๆ

ดังนั้น สำหรับ Motion Graphics Designer การเพิ่มเติมความรู้เรื่อง Branding จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ เพราะเมื่อคุณมีความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดด้านการสื่อสารของ Brand คุณก็จะสามารถผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการเคลื่อนจังหวะ หรือการมิกซ์เสียงใหม่ๆ เข้าไปกับ Motion Design เพื่อสร้างบุคลิกให้กับ Brand และในอนาคต Motion จะมีบทบาทต่อ Brand มากขึ้นเรื่อยๆ


Motion in Multi-Screen

ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในโลกยุคปัจจุบันนั้น ทำให้ Content เดียวกัน สามารถรับชมได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ทั้งจากคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ รวมทั้งสื่อนอกบ้านอื่นๆ เช่น จอตามสถานีรถไฟฟ้า หรือป้ายบิลบอร์ดตามตึกสูงต่างๆ

ยิ่งนับวันพื้นที่ หรือจอในการแสดง Content ก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นแนวโน้มภาพรวมของวงการ Motion ก็จะมีปริมาณงานมากขึ้น บริษัทที่ทำ Motion อาจไม่ได้มีลักษณะเป็น CG House หรือ Production House ที่รับงานในสเกลใหญ่ๆ แต่อาจมีแนวโน้มที่บริษัทใหม่ๆ จะรับงานในสเกลที่เล็กลงมา แต่มีปริมาณงานมากขึ้นจากการเติบโตของ Digital Agency

นอกจากการออกแบบ Motion เพื่อรองรับกับจอต่างๆ ให้เหมาะสมแล้ว แนวโน้มในอนาคตของวงการ Motion Design เองก็จะมีการแข่งขันในเชิงความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยในเวทีประกวดรอบหลายปีที่ผ่านมา เราจะเริ่มเห็นหมวดหมู่ใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับ Interactive Media เพิ่มมากขึ้นจากเดิมค่อนข้างมาก


Motion in 3D Animation Process

ปัจจุบันมีผลงาน Motion Graphics จำนวนมากที่มีรูปแบบเป็น 3D Motion Graphics ซึ่งหาก Motion Graphics Designer มีทักษะด้าน 3D จะสามารถสร้างผลงานได้อย่างหลากหลาย และเต็มรูปแบบมากขึ้นรองรับความต้องการของตลาดได้มากขึ้น และเช่นเดียวกัน เหล่า Designer ก็จะได้รับค่าตอบแทนที่มากขึ้นด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีผลงาน 2D Animation จำนวนมากที่กลับได้รับความนิยม เพราะเสน่ห์ และกลิ่นอายการสร้างสรรค์ผลงานด้วยมือแบบดั้งเดิมนั้นให้ความคลาสสิกในรูปแบบที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว และเข้าใจผู้บริโภคบางกลุ่มได้ง่ายกว่า เช่นใช้เทคนิคแบบ Cel Animation หรือแบบ Frame by Frame แต่ในขณะเดียวกันนั้น วิธีการสร้างดังกล่าวก็จำเป็นต้องใช้บุคลากร และเวลาเป็นจำนวนมาก

สำหรับการทำงานในสเกลที่เล็ก งบประมาณไม่สูงมาก เราจึงเห็นการนำ CGI และกระบวนการทำงานแบบ 3D Animation มาใช้ในกระบวนการผลิต แต่ปรับสไตล์ของภาพให้ออกมาเป็นรูปแบบงาน 2D Animation ที่มีเสน่ห์

ดังนั้น หากคุณสามารถประยุกต์นำเอากระบวนการ 3D Animation มาช่วยสร้างงาน Motion Graphics โดยออกมาในสไตล์ผลงานที่สร้างด้วยมือรูปแบบต่างๆ ก็จะช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้เป็นอย่างดี


Motion in Live Performance / Special Event / Installation

ผลงานประเภท Live Performance หรือ Special Event ต่างๆ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น การแสดงโชว์ การแสดงคอนเสิร์ต หรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งนี้เพราะการให้ประสบการณ์ตรงแก่ผู้ชมจะเป็นการสร้างความรู้สึกที่มีต่อ Brand หรือการแสดงนั้นๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Motion Graphics ถือเป็นส่วนสำคัญที่อยู่ในรูปแบบการนำเอา Content ไปประยุกต์กับงาน 3D Projection Mapping หรือ Interactive Installation ที่น่าตื่นตาตื่นใจ


จากแนวโน้มจะเห็นได้ว่า Motion Graphics ได้เติบโตขึ้นทั้งในด้านการสื่อสาร Brand และมีส่วนช่วยสร้างประสบการณ์ตรงจากงาน Event หรือการแสดงสดซึ่งทั้งสองส่วน จะเป็นการพยายามนำเสนอด้วยรูปแบบที่สร้างสรรค์ และทดลองเทคนิคใหม่ๆ

แนวโน้มนี้หาก Motion Graphics Designer สามารถขยายขอบเขตการเรียนรู้ไปสู่เทคโนโลยี หรือทักษะใหม่ๆ อย่าง Interactive หรือ 3D Projection Mapping ได้ ก็ยิ่งจะเป็นเพิ่มโอกาสสำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน Motion Graphics ได้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้นนั่นเอง


-
Contributor : Akkharaphon Dantonglang