มือใหม่สาย Motion สร้าง Transition แบบไหนให้โดน!

Cover Feb 01.jpg

หัวใจของงาน Motion Graphics นอกจากการสอดประสานที่ลงตัวระหว่างจังหวะการเคลื่อนไหวของภาพ และเสียงแล้ว อีกส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยสร้างความแตกต่าง และยกระดับให้กับผลงานก็คือการสร้าง Transition หรือการเชื่อมต่อภาพ จากภาพหนึ่งไปยังอีกภาพหนึ่งอย่างไรให้มีความน่าสนใจ

Transition สำหรับการเล่าเรื่องของงานภาพยนตร์ โฆษณา หรือ Music Video ที่มีองค์ประกอบการเล่าเรื่องหลักอย่างตัวละคร บทสนทนา หรือเสียงบรรยายนั้น บทบาทของ Transition จะทำหน้าที่เชื่อมโยง และร้อยเรียงภาพให้มีความต่อเนื่องสมบูรณ์เพื่อสร้างอารมณ์ และสร้างความเข้าใจในเนื้อหาเป็นสำคัญ 

แต่หากเป็นงาน Motion Graphics ที่บางครั้งอาจมีเพียงภาพเคลื่อนไหว และเสียงดนตรีประกอบเท่านั้น การจะดึงความสนใจจากผู้ชมให้อยู่กับผลงานจึงต้องมีการเปลี่ยนภาพ หรือเหตุการณ์หนึ่งไปยังเหตุการณ์หนึ่งให้มีความน่าสนใจ ดังนั้น Transition จึงมีบทบาทสำคัญมากในการช่วยดึงความน่าสนใจของผู้ชมเป็นระยะๆ ให้ยังอยู่กับผลงานที่ดำเนินไปเรื่อยๆ จนจบ 

วันนี้ BEAR จึงรวบรวม Transition รูปแบบต่างๆ ที่น่าสนใจมานำเสนอสำหรับผู้ที่สนใจในการออกแบบ Motion Graphic ซึ่งมีรายละเอียดเป็นอย่างไร เชิญติดตามไปพร้อมๆ กัน


1. Camera Movement 

การสร้าง Transition โดยใช้เทคนิคการเคลื่อนของกล้องในแบบต่างๆ ตามหลักภาษาทางภาพยนตร์ แต่การเคลื่อนกล้องในงาน Motion Graphics ที่สร้างจาก CGI จะมีลักษณะพิเศษที่สามารถเคลื่อนแบบ 3D Camera โดยเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่เหมือนกับกล้องจริงๆ ซึ่งการเคลื่อนกล้องในรูปแบบ Camera Movement เพื่อสร้าง Transition แบบต่างๆ จะมีดังต่อไปนี้

 

▶ Dolly Transition

การ Dolly คือการเคลื่อนที่ของตัวกล้องในแนวลึก (แกน Z) แบบเข้า-ออก จากฉากหนึ่งไปสู่อีกฉากหนึ่ง โดยเทคนิคการใช้ Dolly เพื่อสร้าง Transition เช่น การดึงองค์ประกอบภาพจากภาพ Background ให้กลายเป็นภาพ Foreground ในฉากต่อไป ผลงานจะมีความต่อเนื่อง และมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

▶ Zoom Transition

การ Zoom จะมีลักษณะการเคลื่อนกล้องที่แตกต่างจาก Dolly คือแกนของตัวกล้องจะอยู่ในตำแหน่งเดิม ซึ่งภาพจะมีขนาดภาพที่ใหญ่ขึ้น หรือเล็กลง ผลมาการจากย่อ-ขยายที่ตัวภาพเอง หรือการใช้เลนส์ของกล้องทำการ Zoom เพื่อสร้าง Transition เช่น การ Zoom In เข้าหาองค์ประกอบหลักของภาพให้เป็นภาพในระยะแคบ แล้วเปลี่ยนฉากหลังเป็นอีกฉาก แล้วจึงทำการ Zoom Out ให้ภาพกลับไปเป็นระยะกว้าง

 Track Transition

การ Track เป็นการเคลื่อนตัวกล้องในแนวนอนทางซ้าย-ขวา (แกน X) หรือแนวตั้งขึ้น-ลง (แกน Y) โดยที่แกนของกล้องจะเคลื่อนที่ในลักษณะเดียวกันกับการ Dolly เทคนิคการใช้งานของทั้งสองอย่างนั้นเหมือนกันก็คือการสร้างองค์ประกอบภาพขึ้นมาเพิ่ม เพื่อเป็นตัวคั่นสายตาสำหรับการเปลี่ยนจากภาพหนึ่งไปยังอีกภาพหนึ่ง อาจใช้การเคลื่อนขององค์ประกอบต่างๆ ในภาพมาช่วยบังฉากถัดไปไว้ก่อน

การ Track สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคอื่นๆ เช่น Parallax Scroll จากงาน UI/Web Design มาใช้ก็ได้

 Pan & Tilt Transition

การ Pan และ Tilt คือตำแหน่งตัวกล้องจะอยู่กับที่ แต่จากการส่ายของหน้ากล้องแบบซ้าย-ขวา (X) หรือบน-ล่าง (Y) ซึ่งสามารถผสม Transition กับการหมุนแกน X, Y ในรูปแบบของ 3D Layer ได้


2. Object Movement Transition

Transition แบบนี้ต้องผสมผสานเทคนิคการเคลื่อนกล้องแบบต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงทุกฉากเข้าด้วยกัน โดยใช้การเคลื่อนที่ขององค์ประกอบหลักในฉาก เช่น บุคคล หรือผลิตภัณฑ์ ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่อเนื่องกัน หรือในตำแหน่งที่นำสายตาในทุกๆ ฉาก โดยสิ่งสำคัญก็คือการเน้นองค์ประกอบหลักนั้นๆ ให้ชัดเจน


3. Shape/Form Transition

Transition ในลักษณะนี้ใช้การสร้างองค์ประกอบที่มีรูปทรงต่างๆ เพิ่มขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนจากฉากหนึ่งไปยังฉากหนึ่ง มีลักษณะเหมือนการเปิดปิดม่านในเวที เมื่อฉากก่อนหน้าจบลง ม่านจะถูกดึงลงมาจนกระทั่งฉากด้านหลังถูกเปลี่ยน

Geometry Transition

การสร้าง Transition โดยรูปทรงต่างๆ แบบเรขาคณิต เช่น วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือหลายเหลี่ยม โดยการผสมผสานการเคลื่อนที่ของตำแหน่งการหมุนขนาด การย่อ ขยาย และความทึบแสง

Organic Transition

เป็นการสร้าง Transition ผ่านรูปทรงอิสระรวมถึงของเหลว (Liquid) ควัน (Particle/Smoke) หัวแปรง และการระเบิดที่มีอิสระทั้งรูปทรง และการเคลื่อนที่ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์อย่างมากในการสร้างภาพที่น่าสนใจ


4. Masking Transition

คล้ายกับ Shape/Form Transition แต่ Masking Transition นั้นจะสร้างหน้ากากครอบทีละฉาก แล้วค่อยๆ เปิดเผยฉากต่อไปเรื่อยๆ โดยเทคนิคการสร้าง Transition จาก Masking อาจผสมผสานเทคนิค Double Exposure ที่มีความซับซ้อนเข้ามาด้วย ซึ่งผลงานที่ได้ก็จะยิ่งดูมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น


5. Morphing/Transforming Transition

Morphing คือการแปลงจากวัตถุในฉากก่อนหน้าไปเป็นฉากในฉากถัดไป โดยใช้ความคล้ายคลึงกันซึ่งอาจเป็นรูปร่าง สี ของวัตถุระหว่างฉากเพื่อสร้างความต่อเนื่องระหว่างฉาก เทคนิคนี้จะทำให้ภาพดูน่าทึ่ง และดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ


จากตัวอย่างของ Transition แบบต่างๆ หากสังเกตผลงานที่น่าสนใจแล้วนั้น ส่วนใหญ่จะเลือกให้เหมาะกับ Art Direction ของงานเป็นหลักเทคนิคหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ก็คือการใช้ประโยชน์จากเปลี่ยนภาพสลับไปมาของ Positive/Negative Space จะช่วยให้มีความต่อเนื่อง ลื่นไหล และมีความน่าสนใจ น่าติดตาม


สำหรับการสร้างการเคลื่อนไหว (Animated) นอกจากจะเป็นการสร้างการเคลื่อนไหวของตัวละคร หรือองค์ประกอบหลักแล้ว ชั้นเชิงในการสร้าง Transition ก็จะช่วยยกระดับผลงานของเราให้มีความแตกต่าง และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น 

เทคนิคการสร้าง Transition ก็ถือเป็นตัววัดฝีมือของ Animator หรือ Motion Graphics Designer เลยทีเดียว เพราะนอกจากความละเอียด และซับซ้อนในการสร้าง Transition แล้ว ก็ยังต้องใช้จินตนาการในการคิดเพื่อเชื่อมภาพแต่ละภาพ เพื่อดึงเสน่ห์ของงาน Motion Graphics ออกมาให้เต็มที่อีกด้วย

-
Contributor : Akkharaphon Dantonglang