Color Grading / Color Correction ความเหมือนที่แตกต่าง

คงมีหลายครั้งตอนที่เรานั่งอยู่หน้าจอ รับชมภาพยนตร์ หรือมิวสิควิดีโอแล้วนึกขึ้นมาในใจ “โห...ทำไมภาพมันสวยจัง ถ่ายยังไงให้ได้สีแบบนี้(วะ)” หลายคนอาจนึกชื่นชมฝีมือของผู้กำกับภาพ/ตากล้อง หรือบางคนอาจจะนึกสงสัยว่าเขาใช้กล้องอะไรถ่ายกันนะ อยากจะไปสอยมาใช้เหลือเกิน

แต่ความจริงแล้ว เกือบทั้งหมดเป็นฝีมือของ Colorist และเป็นเรื่องของเทคนิคการปรับสีที่เรียกกันว่า Color Grading หรือ Color Correction ไม่ใช่เพราะกล้องที่ถ่ายทอดค่าสีได้สวยแจ่ม หรือสร้าง Mood & Tone ให้กับตัวฟุตเทจวิดีโออย่างที่หลายคนคิด นี่คือเหตุผลที่ทำไมภาพยนตร์แนว Film Noir จะดูแตกต่างจากภาพยนตร์แนว Romantic อย่างสิ้นเชิง และเรื่องที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นก็คือเราทุกคนก็สามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีในโลกปัจจุบันที่เอื้อให้ทุกคนสามารถปรับแต่งสีฟุตเทจวิดีโอได้สะดวกขึ้น อีกทั้งไม่ได้ต้องการอุปกรณ์อะไรมากมายเลย

002.jpg

▲ ภาพยนตร์เรื่อง Her ของผู้กำกับ Spike Jonze เป็นโรแมนติก บรรยากาศเหงาๆ ที่ตีความโลกอนาคตในมุมมองที่แตกต่าง สีสันจึงอมชมพูเล็กน้อย โดยเพิ่มโทนน้ำตาลมาช่วย เพื่อช่วยลดความไฮเทค แต่เป็นอนาคตที่มีกลิ่นอายเป็นวินเทจผสม

วันนี้ BEAR จะพามาสำรวจพรมแดนแห่งสีสันในโลกของวีดีโอ หรือภาพเคลื่อนไหว เราจะมาทำความรู้จักกันว่า Color Grading / Color Correction คืออะไร แล้วอาชีพ Colorist ต้องทำอะไรบ้าง


Color Grading/Color Correction 

เราขอเริ่มต้นด้วย Color Grading และ Color Correction บางคนก็เรียกอย่าง บางคนเรียกอีกอย่าง จนหลายคนคงจะสงสัยว่าจริงๆ แล้วคำไหนถูกต้อง แล้วมันควรต้องเรียกว่าอะไรกันแน่ หรือจริงๆ แล้วสองคำนี้มันเหมือนกัน เป็นอย่างเดียวกัน

ในความเป็นจริงนั้น ระหว่าง Color Grading และ Color Correction นั้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในรายละเอียด ถึงแม้ทำหน้าที่โดยรวมจะคล้ายกันๆ คือการแก้ใขสีให้ถูกต้อง และปรับแต่งสีให้สวยงาม หากแต่ในรายละเอียดนั้น จะมีความแตกต่างกันดังนี้ 

Color Correction คือการแก้ไขปัญหา หรือความไม่ต่อเนื่องกันของสีที่ไม่สามารถทำได้ตั้งแต่ในขั้นตอนของ Production เพราะบางครั้งภาพเดียวกัน สถานที่เดียวกัน แต่อาจดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกล้องที่แตกต่างกัน

เนื่องจากความแตกต่างของแสงมุม หรือแม้กระทั่งเซ็นเซอร์ประเภทต่างๆ การทำงานของ Color Correction จึงมีหน้าที่แก้ปัญหาในเชิงเทคนิคที่เกิดจากกระบวนการ Production เป็นส่วนใหญ่ เช่น ภาพมืด หรือสว่างเกินไป สีเพี้ยนไปจากของจริง เป็นต้น

ส่วน Color Grading นั้นก็คือการเกลี่ยสีของภาพแต่ละช็อตที่ทำการปรับ หรือแก้ใขสี (Color Correction) ให้ผลงานทั้งหมดมีความต่อเนื่อง การทำงาน Color Grading จึงมีหน้าที่ทั้งการแก้ปัญหาเชิงเทคนิคที่เกิดจากกระบวนการ Production และการปรับแต่งสีเชิงสร้างสรรค์ตามความต้องการของผู้กำกับนั่นเอง

003.jpg

▲ ภาพที่ได้จากกล้อง การจัดไฟ หรือสถานที่ที่แตกต่างกันจะทำให้ได้ภาพต้นฉบับที่มีความแตกต่างกัน Color Grading จะทำหน้าที่เกลี่ยโทนสีทั้งหมดให้มีความต่อเนื่องกัน


Colorist

Colorist คือกลุ่มคนที่ทำงานด้านสีโดยเฉพาะที่ปัจจุบันเริ่มมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น เพราะแทบจะเรียกได้ว่าผลงานภาพเคลื่อนไหวแทบทุกชิ้นในชิ้นงานวิดีโอสเกลใหญ่ๆ ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน จะต้องมีขั้นตอนการทำ Color Grading ทั้งนี้ก็เพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความไม่ต่อเนื่องของสีแล้ว Colorist ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ หรือช่วยผู้กำกับในการสร้างบรรยากาศของสีเพื่อกำหนด Art Direction ให้กับผลงานได้เป็นอย่างมาก

004.jpg

▲ สีจากภาพยนตร์เรื่อง Se7en จาก David Fincher แนวสืบสวนสอบสวน บรรยากาศ และสีสันจะดูไร้ชีวิตชีวา ลึกลับ และหดหู่

005.jpg

▲ Wes Anderson เป็นผู้กำกับคนหนึ่งที่ใช้โทนสีเพื่อสร้างเอกลักษณ์ในผลงานของตัวเอง ด้วยเนื้อหาส่วนใหญ่ที่ออกแนวกึ่งเหนือจริงกึ่งสมจริง สีสันในภาพยนตร์ของ Wes Anderson จึงออกมาแปลกตา และแตกต่าง ซึ่งสีสันทั้งหมดถูกกำหนดทิศทางมาตั้งแต่การออกแบบฉาก เสื้อผ้าให้ออกมาในทิศทางเดียวกัน

ซึ่งสีของภาพยนตร์จะช่วยถ่ายทอดอารมณ์ และความรู้สึกได้ดี ผู้กำกับจึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สีเสมอ โดยสีจะถูกวางไว้ตั้งแต่ขั้น Pre-Production เพราะจะมีความสัมพันธ์ และเชื่อมโยง กับการออกแบบงานสร้าง (Production Design) ทั้งการออกแบบฉาก และเสื้อผ้า ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้การแก้สีสมบูรณ์ขึ้นด้วย


Color Grading Tools

Color Grading สามารถทำได้ผ่านโปรแกรมปรับสีพื้นฐานทั่วไปอย่าง Adobe Premier, Adobe After Effects, Final Cut Pro ที่จะมีชุดคำสั่งพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการค่าสีของภาพ แต่โปรแกรม Color Grading แบบแยกออกมาโดยเฉพาะจะช่วยให้เราสามารถควบคุม และจัดการกับค่าสีต่างๆ ในระดับสูงสุดได้ ได้แก่ Adobe Speed Grade, Davinci Resolve ของ Blackmagic และ Magic Bullet, Colorista ของ Red Giant ซอฟต์แวร์แต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียของมัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล รวมทั้งยังขึ้นอยู่ปัจจัยเชิงเทคนิคอย่าง Workflow และการทำงานกล้องด้วย


ทั้งหมดอาจพอทำให้เห็นภาพรวมของ Color Grading ไปบ้างแล้ว คราวหน้า BEAR จะพามาทำความรู้จักคำว่า Color Grading และอาชีพ Colorist แบบเจาะลึก ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

-
Contributor : Akkharaphon Dantonglang