Top 10 Creative Works of The Month

รอบเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในวงการออกแบบ และสร้างสรรค์สื่อภาพเคลื่อนไหวจากทั่วโลกนั้นมีผลงานที่ดูน่าสนใจอยู่หลายชิ้น ไล่มาตั้งแต่งาน Galaxy Unpacked 2019 ของ Samsung หรือการกลับมากำกับโฆษณาในรอบ 15 ปีของ Ridley Scott ผู้กำกับรุ่นใหญ่จาก Hollywood นอกจากนี้ก็ยังมีโปรเจ็กต์การอำนวยการสร้างซีรีส์ Animation ของ David Fincher รวมทั้งงานโฆษณาของ Spike Jonez ที่กำกับให้แบรนด์กัญชา? ...ใช่แล้ว กัญชานั่นแหละ!

วันนี้ BEAR ได้รวบรวมงานที่ครอบคลุมทั้ง Brand Film, Motion Graphics, Animation, Title Design หรือ Music Videos ที่เราชอบในเดือนที่ผ่านมาจากทั่วโลก ซึ่งแต่ละชิ้นจะมีความน่าสนใจอย่างไร สามารถติดรายละเอียดไปพร้อมๆ กันได้เลย

Cover.jpg

1. The Chemical Brothers - Got To Keep On

การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ Michel Gondry และ Chemical Brothers เพื่อสร้าง MV ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกสนานไปกับเสียงเพลง แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกมึนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูกนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากรายการเพลงคลาสสิกยุค 70s เหล่านี้ถือเป็นลายเซ็นของ Chemical Brothers ที่ทำให้เราทุกคนต้องร้อง “ว้าว!” และอยากติดตามผลงานใหม่ๆ ของพวกเขาอยู่เสมอ

ในมิวสิกวิดีโอสุดสร้างสรรค์นี้ เราจะได้เห็นกลุ่มคนในชุดสีขาวที่กำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนานในสตูดิโอสีดำสนิท โทนสีที่ตัดกันสุดขั้ว และท่าเต้นฟรีฟอร์มสุดแปลกประหลาดทำให้แค่วิชวลแรกที่ปะทะสายตาก็ตรึงคนดูได้อยู่หมัด แต่แล้วภาพก็ค่อยๆ แปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเทคนิคการทำ 3D และ Compositing ที่แฝงเข้ามาอย่างเนียนๆ และสร้างสิ่งที่คาดไม่ถึงให้กับผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจไม่หยุดไม่หย่อน สำหรับคนที่ติดตามบทความของ BEAR อยู่เรื่อยๆ คงจะเริ่มเห็นว่า CGI ได้เข้ามามีบทสำคัญใน MV ของวงดนตรียุคหลังๆ ค่อนข้างมาก และมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันสามารถผลลัพธ์ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชมตื่นเต้นจนเกิดการแชร์ หรือบอกต่อไปเรื่อยๆ ได้อย่างง่ายดาย


2. FITC Amsterdam 2019 Opening Titles

Opening Titles ของงาน FITC 2019 ที่ได้ Maxim Zhestkov เข้ามารับหน้าที่สร้างผลงานชิ้นนี้นั้นอาจถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในด้านการออกแบบสร้างสรรค์ หลายคนคงเคยผ่านตาชิ้นงานในสไตล์การออกแบบ Art Direction หรือองค์ประกอบศิลป์ที่ในทิศทางนี้กันมาบ้าง อาจคิดว่าก็ไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรมากมาย แต่ที่เราอยากหยิบยกมาให้ทุกคนได้ดูก็คือเรื่องของความแตกต่างในรายละเอียด และลูกเล่นเล็กๆน้อยๆ ที่เมื่อหยิบมาใช้ได้ถูกที่ถูกจังหวะ กลับทำให้ผลงานดูมีชั้นเชิงขึ้นอย่างน่าสนใจ

ครั้งนี้ Maxim Zhestkov สร้างสรรค์ผลงานภายใต้แนวคิด “Supernova” ที่การระเบิดของสสารนั้น ได้ก่อตัวเป็นโครงสร้างดาวเคราะห์ความคิด และความหมายใหม่ๆ นอกจากนี้ยังเพิ่มลูกเล่นของการนำเสนอทั้งการปรับเปลี่ยนโฟกัสของกล้อง ตลอดจนการเปลี่ยนสีของเม็ดสสารที่ช่างสอดคล้องลงตัวกับ Sound Design งานนี้คงต้องยกเครดิตให้ Maxim Zhestkov ที่สามารถถ่ายทอดผลงานในแต่ละ Sequence ออกมาได้อย่างสวยงาม และน่าสนใจสมกับที่ถูกเรียกว่าเป็นศิลปินนักถ่ายทอดผลงานศิลปะแบบดิจิทัล


3. The Specials ‘Vote For Me’

ทุกวันนี้เรามักเห็นการผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำลงไปในชิ้นงานออกแบบประเภทต่างๆ มากขึ้นทุกที แต่ท่ามกลางกระแสความหวือหวาเหล่านั้น เรากลับเห็นเส้นที่ตีคู่ขนานกันมา และนับวันก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรากำลังพูดถึงการหวนกลับไปสู่การใช้เทคนิคแบบคลาสสิคในการทำ Animation อย่าง Frame by Frame และ Stop Motion นั่นเอง

Traditional Animation ได้รับความ สนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะโลกของการออกแบบถึงจุดที่ไม่มีอะไรใหม่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว สิ่งที่ดีไซเนอร์ หรืออาร์ตไดเรกเตอร์มุ่งเน้นให้ความสำคัญกลายเป็นเรื่องของแนวคิด และสไตล์ที่คม ชัดเจน มีเอกลักษณ์

The Specials' Vote For Me เป็นผลงานที่เราอยากหยิบยกขึ้นมาเพื่อตอกย้ำถึงแนวทางใหม่ของการออกแบบ นั่นก็คืดการหวนกลับไปหาวิธีการสร้างสรรค์แบบเก่า แต่เล่าด้วยวิธีการใหม่ๆ ผลงานชิ้นนี้กำกับโดย Dan Emmerson เป็น MV ที่เล่าเรื่องทางการเมืองที่เคลื่อนไหวในรูปแบบของ Stop Motion ซึ่งรวมประวัติศาสตร์การจลาจล และการประท้วงทางการเมือง เราจะได้เห็นรูปแบบการเล่าเรื่องในลักษณะ Long Take มีการใช้สีคล้ายกับงานจิตรกรรม เป็นโมเดิร์นคลาสสิคดีไซน์ที่น่าสนใจไม่น้อย


4. A Light Touch

เมื่อพูดถึงงาน Branding ในสายงานสถาปัตย์ เราทุกคนต่างเคยได้ยินคนพูดกันว่า “เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ใช้ 3D กันทั้งนั้นแหละ” นับจากนี้ ขอให้คุณคิดเสียใหม่ เพราะคุณอาจจะได้ยินประโยคใหม่ที่ว่า “เดี๋ยวนี้ ยังใช้ 3D กันอยู่อีกเหรอ?” นั่นเป็นเพราะเราทุกคนต่างก็รู้ว่าทุกธุรกิจนั้นต่างก็เต็มไปด้วยการแข่งขัน เมื่อทุกคนต่างก็ทำธุรกิจในรูปแบบเดียวกัน ใช้วิธีออกแบบ วิธีการโฆษณา วิธีการทำการตลาดแบบเดียวกัน แล้วคุณจะโดดเด่นสะดุดตาเหนือคนอื่นๆ ได้ยังไง

เหล่านี้คือสิ่งที่ครีเอทีฟ อาร์ตไดเรกเตอร์ และดีไซเนอร์ที่รับหน้าที่สื่อสารข้อมูลต่างๆ ไปสู่ผู้บริโภคต้องคิดให้ตก แล้วถามตัวเองว่าเราจะอยู่ในกรอบของการสร้างสรรค์แบบเดิมๆ เพื่ออะไร? นี่คือเหตุผลที่เราอยากให้ทุกคนได้เห็น Brand Film ของบริษัทด้านสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ ที่ใช้แนวคิดใหม่ๆ ในการสื่อสารข้อความไปสู่กลุ่มผู้บริโภค ลืมภาพตึกที่ทันสมัย โครงการขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นมากลางเมืองด้วยการใช้โปรแกรม 3D ไปเสีย เพราะนี่คือ Brand Film ในรูปแบบ 2D Animation สีสันสุดละมุน ไม่มีภาพตึกอะไรให้คุณดูทั้งนั้น มีแต่ธรรมชาติ ...ธรรมชาติ ...แล้วก็ธรรมชาติ!

ชิ้นงานแสดงให้เห็นถึงความกลมกลืนอย่างลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรม และโลกธรรมชาติ ส่งเสริมวิธีการที่ยั่งยืนในสถาปัตยกรรม และแสดงอาคารสมมติที่มีความเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม กลายเป็นโลกแบบยูโทเปียที่เหมือนความฝัน ผลงานชิ้นนี้เป็นของ Manshen Lo ที่เพิ่งเซ็นสัญญากับ Nexus Studios


5. Deepness Of The Fry

นักเรียน 4 คนใน The Animation Workshop ได้ทำการสำรวจความคิดเรื่อง "วิกฤตความเป็นอยู่ที่ไร้สาระ" รวมทั้งการตั้งคำถามที่ว่าการใช้ชีวิตในโลกที่ทุกสิ่งถูกพูดไปแล้ว และถูกทำมาก่อนแล้ว ทุกคนจะมีความเป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริงได้ หรือไม่ โดยผลงานเป็นการผสมผสานที่น่าทึ่งของสไตล์ภาพ และเทคนิคการการสร้าง Animation รูปแบบต่างๆ

สิ่งที่ทำให้เราสนใจในผลงานชิ้นนี้ก็คือการให้จังหวะที่มี Dynamic ที่คม มีช่วงเวลาที่(จงใจ)ซ้ำซากจนรู้สึกเบื่อหน่าย ขณะเดียวกันก็มีซีนจำที่เชื่อว่าทุกคนคงจำได้ ทั้งที่เต็มไปด้วยการตัดสลับแบบ Montage หลากหลายสไตล์ จำนวนมหาศาล เหล่านี้คือการทำงานอย่างสอดคล้องประสานของสคริปต์ที่น่าสนใจ เป็นงานเชิงทดลองที่น่าสนใจ อยากให้ทุกคนได้ดูกัน


6. Love Death + Robots

ผลงานอำนวนการสร้างของ Tim Miller ผู้ก่อตั้ง Blur Studio และ David Fincher โดยทั้งคู่พยายามอย่างกล้าหาญที่จะทำให้ Short Animation ที่มี Art Direction อันโดดเด่นได้กลายเป็นซีรีส์ภาพยนตร์ Animation สำหรับผู้ใหญ่ภายใต้โปรเจ็กต์ Love Death + Robots 

Love Death & Robots เป็นซีรีย์ขนาดสั้น ความยาว 5 ถึง 15 นาที แต่ละตอนจะใช้ Animation สไตล์ต่างๆ ทั้ง 2D, 3D หรือ Cel Animation โดยทั้งหมดจะเล่าเรื่องภายใต้ธีมเกี่ยวกับความรัก ความตาย และหุ่นยนต์ ในรูปแบบไซไฟแฟนตาซี สยองขวัญ และตลก โดยจะปล่อยทาง Netflix ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ อันที่จริงแล้วแค่เครดิตของคนทำก็น่าดูแล้ว เราอยากให้ทุกคนลองดูด้วยตาก็แล้วกันว่ามันถูกใจคุณเหมือนกันกับเราหรือเปล่า


7. The Line Painter - Bird

นักวาดเส้นถนนที่นำปัญหาการจราจรมานำเสนอใน Brand Film สำหรับ Bird บริการสกูตเตอร์ในเมืองที่กำกับโดย BAT (Bali Engel และ Matthieu Landour) และสร้าง Animation ในรูปแบบ 2D และ 3D โดย Not To Scale

จากความไม่ชอบปริมาณที่คับคั่ง และมลภาวะของการจราจรทั่วโลก จึงนำเสนอทางเลือกอื่นๆ อีกมากมายที่จะเดินทางในเมือง นี่เป็นธีมหลักของภาพยนตร์ที่เล่าผ่านการกระทำที่กล้าหาญของพนักงานวาดเส้นถนนเพื่อปกป้องเด็กๆ บนท้องถนน ผลงาน Animation ที่ยอดเยี่ยมในเรื่องการสร้าง Mood & Tone ที่สอดคล้องเข้ากันเป็นอย่างดีกับเนื้อหา และสกอร์ดนตรีจนเราหยิบยกมาให้ทุกคนได้ดูกัน


8. Hennessy, The Seven Worlds

ผลงานชิ้นต่อไป ถ้าไม่หยิบไม่พูดถึงย่อมเป็นไปไม่ได้ กับการกลับมาสู่วงการโฆษณาอีกครั้งหลังจากหายไป 15 ปี ของ Ridley Scott เพื่อกำกับ Brand Film ความยาว 4 นาทีของ Hennessy ที่ผลิตผ่าน DDB Paris และ MPC ขอบเขตของงานชิ้นนี้ ถือว่ายิ่งใหญ่มาก ทั้งในแง่มุมสร้างสรรค์ และจากมุมมองการผลิตที่ต้องการสื่อถึงความลุ่มลึกในรสชาติของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสุนทรียะในการดื่มด่ำ ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดก็คือการถักทอร้อยเรียงโลกทั้ง 7 ใบเข้าด้วยกันเป็นเรื่องเล่าที่เป็นหนึ่งเดียว 

ด้วยภาษาภาพยนตร์ชั้นครูจากผลงานที่ยิ่งใหญ่มากมายทั้ง Alien Gladiator หรือ The Martia ประกอบกับทีม VFX จาก MPC ทำให้ผลงานชิ้นนี้มีความอลังการ ประณีต และวิจิตรบรรจง บอกเลยว่าคนชอบงาน Compositing แบบมีรสนิยม และงาน 3D แบบเนียนกริบ ห้ามพลาดชมด้วยประการทั้งปวง


9. Galaxy Unpacked 2019

Galaxy Unpacked งานเปิดตัวของผลิตภัณฑ์ Samsung Galaxy กลายเป็นงานที่หลายคนรอคอย เพราะนอกจากตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แล้ว ไฮไลท์ที่สำคัญของงานที่ทุกคนอยากเห็นไม่แพ้กันก็คือ Motion Design/Animation ที่นำเสนอตัวผลิตภัณฑ์ โดยในปีนี้ยังเน้นการสร้างมิติของภาพโดยเวทีที่เป็นเสมือนหน้าจอขนาดใหญ่รูปเครื่องหมาย “+” ที่สามารถฉายภาพได้ทั้งบนพื้น และด้านบน

ในส่วนของความหวือหวาในการนำเสนอนั้น ถือว่าสามารถสร้างกระแส และส่งเสริมภาพลักษณ์เรื่องความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมได้เป็นอย่างดีตามมาตรฐานของแบรนด์ งานนี้ในส่วนของ Motion Design ต่างๆ ยังคงเป็นผลงานของ SILA SVETA ที่เคยร่วมงานกันในปีก่อนๆ


10. The New Normal - MedMen

ในแง่ของเนื้อหา The New Normal คือ การเดินทางผ่านประวัติศาสตร์อันซับซ้อนของอเมริกาด้วยกัญชา โดยโครงสร้างเล่าประวัติศาสตร์ตั้งแต่การผลิตยุค George Washington ไปสู่ถึงยุคบุปผาชน มาจนถึงการค้นพบบทบาทของกัญชาในการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมของยุค 60s และ 70s

ส่วนในแง่รูปแบบการนำเสนอ ผลงานกำกับโฆษณาของ Spike Jonze ในยุคใหม่ ดูเหมือนเขาจะสนุกกับการใส่ครีเอทีฟไอเดีย และวางแผนกระบวนทำงานในเชิงกลไกล การเคลื่อนของกล้อง งานนี้เขาก็ใช้เคลื่อนกล้องแบบม้วนเดียวจบ โดย 9 ฉากหลักถูกวาง และวางแผนการเชื่อมต่อแต่ละฉากได้อย่างไหลลื่น แถมแต่ละฉากก็ทำ Color Grading/Color Correction ได้สวยงาม และน่าสนใจ งานนี้น่าจะกลายเป็นงานชิ้นเอกของ Spike Jonze ได้ไม่ยาก


-
Contributor : Akkharaphon Dantonglang