ปยุต เงากระจ่าง บิดาแห่งภาพยนตร์แอนิเมชันไทย ผู้สร้างแอนิเมชันเรื่องยาวก่อนสตูดิโอจิบลิ!!!

เดือนเมษายนน่าจะเป็นเดือนที่พวกเราทุกคนพอได้ยินแล้วมักจะส่ายหัว เพราะแค่คิดถึงถึงแสงแดด อากาศที่ร้อนอบอ้าวก็พากันอ่อนเพลียกันแล้ว หลายคนอาจคิดถึงวันสงกรานต์ ประเพณีของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่หลายคนอาจจะงงๆ เมื่อไปกูเกิลดูแล้วกลับพบว่าวันที่ 1 เมษายนกลับเป็น “วันปยุต เงากระจ่าง”

คือ... แล้วแบบว่า... ปยุต เงากระจ่าง นี่เขาเป็นใครนะ 

หมดความสงสัยกันเสียที เพราะวันนี้ BEAR จะมาไขที่มาที่ไปของ “ปยุต เงากระจ่าง” ผู้นี้ ว่าสรุปแล้วเขาคือใคร สำคัญ และน่าสนใจอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับคนที่รักและชื่นชอบในงาน Motion Graphics และ Animation!

00 Civer.jpg

“ปยุต เงากระจ่าง” จากคนธรรมดาที่ชอบวาดรูปลงบนผืนทรายตามชายหาด สู่การเป็นจิตรกร นักวาดภาพประกอบ นักวาดการ์ตูน และก้าวสู่การเป็นนักสร้างภาพเคลื่อนไหวหรือ Animator ผู้สร้าง “เหตุมหัศจรรย์” ภาพยนตร์การ์ตูนขนาดสั้นที่ฉายในโรงภาพยนตร์เรื่องแรกของไทยก่อนจะนำไปสู่ภาพยนตร์สไตล์ Animation อื่นๆ ต่อมา 

และหากเมื่อเทียบตารางเวลา เราจะพบว่า “สุดสาคร” ที่จัดฉายในปี พ.ศ. 2522 หรือก็คือผลงานภาพยนตร์ Animation เรื่องยาวเรื่องแรกของปยุต เงากระจ่างนั้น สร้างสำเร็จก่อน “Castle in the Sky” ผลงานเรื่องแรกของสตูดิโอจิบลิที่สร้างโดยแอนิเมเตอร์ระดับโลกอย่างฮายาโอะ มิยาซากิ ในปี พ.ศ. 2528 ถึงหกปี!

 และนี่คือบุคคลที่ BEAR อยากจะพูดถึงในวันนี้ บุคคลที่มีชื่อว่าปยุต เงากระจ่าง บุคคลที่ได้รับการขนานนามว่าคือ “บิดาแห่งภาพยนตร์แอนิเมชันไทย”!


ผู้เป็นแรงบันดาลใจ

อย่างที่เราได้เกริ่นไปแล้ว จุดเริ่มต้นของปยุต เงากระจ่าง ก็ไม่ได้ต่างไปจากทุกคน นั่นก็คือมันเริ่มต้นจากความชื่นชอบในการวาดภาพ ประกอบกับการเรียนรู้ และฝึกฝนมาโดยตลอด จุดหันเหด้านแอนิเมชันของปยุต เงากระจ่าง เริ่มต้นเมื่อได้พบกับเสน่ห์ คล้ายเคลื่อน นักเขียนภาพปกประกอบหนังสือเรื่องพล นิกร กิมหงวน 

เด็กชายปยุตในวัย 13 ขวบได้วาดการ์ตูนเพื่อแสดงให้เสน่ห์ คล้ายเคลื่อน นักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ที่จับพลัดจับผลูมาวาดภาพที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในขณะนั้น ด้วยผลงานที่มีแววเกินเด็กอายุ 13 ปี ปยุตจึงได้ถูกชักชวนให้ไปช่วยทำภาพยนตร์แอนิเมชันที่กรุงเทพฯ เพราะตอนนั้นเสน่ห์ ตั้งใจจะทำหนังการ์ตูน ทว่าเรื่องทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ปยุตจึงยังไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ เพื่อทำหนังการ์ตูนร่วมกับเสน่ห์

ซ้าย : ภาพที่ อ.ปยุตวาดจากความทรงจำเพื่อระลึกถึง เสน่ห์ คล้ายเคลื่อน
ขวา : ภาพเสน่ห์ คล้ายเคลื่อน 

หลังจากสงครามยุติลง ปยุตได้ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรกเพื่อเข้ามาเรียนเพาะช่าง และยังไม่ลืมที่จะออกตามหาเสน่ห์ เพื่อสานต่อความฝันในการสร้างการ์ตูนตามที่เคยสัญญาไว้ ถึงแม้ทั้งสองจะไม่ได้พบกัน แต่ปยุตก็ยังพอทราบข่าวการทดลองสร้างการ์ตูนจากหนังสือพิมพ์ว่าประสบความล้มเหลว เพราะการขาดการสนับสนุนเนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า “การทำหนังการ์ตูนไม่มีคนดู สู้ทำหนังคนแสดงดีกว่า”

ครั้งนั้นเสน่ห์ผิดหวังจากรัฐบาล ประกอบกับปัญหาสุขภาพ จนทำให้เขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่ปยุตยังคงคิดถึงคุณเสน่ห์ คิดถึงความฝันที่จะสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันไทย ซึ่งเป็นความฝันที่ยังไปไม่ถึง แต่อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ คล้ายเคลื่อนก็ยังถือเป็นครูที่ ปยุต เงากระจ่างยกย่องให้เป็น Animator คนแรกของไทย ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเขา


จากจิตรกร นักวาดภาพประกอบ นักออกแบบโฆษณา สู่นักวาดการ์ตูน

วันเวลาผ่านไป ปยุตได้สั่งสมฝีมือจากการทำงานนักวาดภาพประกอบหนังสือ นิตยสาร หรือแม้กระทั่งเป็นจิตรกรสงคราม โดยกระทรวงกลาโหมได้เชิญปยุตให้ร่วมเดินทางไปเวียดนามกับทหารไทย เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดวีรกรรมของกองพลเสือดำในสมรภูมิเวียดนาม

003.jpg

ต่อมาปยุตได้สมัครเป็นช่างเขียนการ์ตูนที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา แต่สถานที่ที่ช่วยจุดประกายความความฝันของเขากลับกลายเป็นสำนักข่าวสารอเมริกา (USIS) โดยเริ่มทำงานในตำแหน่งด้านการจัดนิทรรศการ นอกจากงานประจำแล้ว ปยุตยังรับจ้างทำหนังโฆษณาให้กับสินค้าต่างๆ และต่อมาได้ลาออกเพื่อก่อตั้งบริษัทของตัวเองเพื่อรับทำภาพยนตร์โฆษณาทั้งแบบการ์ตูน และคนแสดง โดยตั้งใจจะรับงานเพื่อเก็บเงินไว้สร้างแอนิเมชันของตนเอง ความฝันที่โรยด้วยกลีบกุหลาบนั้น ปยุตพบว่ามันกลับเต็มไปด้วยหนามแหลมคม สุดท้ายบริษัทก็ไม่ประสบความสำเร็จ 

ปยุตได้กลับเข้าทำงานที่ USIS อีกครั้งในตำแหน่ง Artist Illustration ถือเป็นข้าราชการของรัฐบาลอเมริกันจนเกษียณอายุราชการ


“เหตุมหัศจรรย์” ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกของไทย

004.jpg

▲ หนังสือพิมพ์ประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ขึ้นพาดหัวว่า “คนไทยสร้างหนังการ์ตูนแข่งฮอลลีวูด”

หลังจากใช้ความพยายามเขียนการ์ตูนด้วยตนเองมานานกว่า 6 เดือนภาพยนตร์การ์ตูนไทยขนาดสั้นเรื่องแรก “เหตุมหัศจรรย์” ก็ประสบความสำเร็จ โดยหนังสือพิมพ์ทุกฉบับได้กล่าวถึง ปยุต เงากระจ่าง ว่าเป็น “วอลล์ท ดิสนีย์ เมืองไทย”


เหตุมหัศจรรย์ในเช้าวันหนึ่ง พ.ศ. 2498

เป็นภาพยนตร์การ์ตูนความยาว 20 นาที ที่ทำเป็นสีธรรมชาติยาว 400 ฟิต ขนาด 16 มม. โดยใช้ภาพทั้งจำนวนทั้งสิ้น 28,800 ภาพ โดยออกฉายสู่สาธารณชนประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ทุรบุรุษทุย” ของ ส. อาสนจินดา ที่โรงภาพยนตร์บรอดเวย์

ภาพยนตร์เรื่องนี้ปยุตคิดเรื่อง เขียนภาพ และถ่ายทำเองทั้งหมด รวมทั้งใช้ตัวเองเป็นแบบตัวละครเอกของเรื่อง โดยใช้กล้อง 16 มม. ที่ดัดแปลงจากกล้องเก่าที่ทิ้งแล้ว ส่วนแท่นสำหรับถ่ายทำก็ดัดแปลงจากเครื่องกลึงไม้ รวมทั้งห้องล้างฟิล์ม และแท่นตากฟิล์มก็ดัดแปลงขึ้นมาเองทั้งหมด

 “ความสำเร็จ…ไม่ใช่แค่การสร้างภาพยนตร์การ์ตูนสำเร็จเป็นเรื่องแรกของประเทศไทย
แต่ยังเป็นคนแรกในโลกที่ถ่ายทำภาพยนตร์การ์ตูนด้วยกล้องขนาด 16 มม. ด้วยการถ่ายภาพ และการลำดับภาพในแบบเฉพาะตัว”

005.jpg

ถึงแม้ “เหตุมหัศจรรย์” จะประสบความสำเร็จทางด้านชื่อเสียง ก็กลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะคนไทยสมัยนั้นมองว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระ ซึ่งแตกต่างจาก USIS ที่ให้การสนับสนุนทั้งด้านการฉาย และการทดลองศึกษาวิธีการถ่ายทำ โดยออกค่าใช้จ่ายส่งปยุต ไปดูงานการสร้าง และการถ่ายทำภาพยนตร์การ์ตูนที่ประเทศญี่ปุ่น

006.jpg

▲ ภาพ อ.ปยุต เมื่อครั้งได้รับทุนให้ไปศึกษาดูงานการสร้างแอนิเมชันที่ประเทศญี่ปุ่น


หนุมานผจญภัย (ครั้งใหม่) พ.ศ. 2500

ผลงานความยาว 20 นาที ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักข่าวสารอเมริกา เพื่อเป็นภาพยนตร์ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ใช้เวลาทำ 9 เดือน จากแนวคิด “เมื่อคอมมิวนิสต์เข้าครองพารา หนุมานจึงต้องสำแดงฤทธิ์” แต่ด้วยเหตุผลทางการเมือง ยุคการปกครองของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์นั้น ภาพยนตร์ หรือหนังสือพิมพ์จะมีคณะกรรมการเซ็นเซอร์ หนังเรื่องนี้จึงถูกกล่าวหาว่าเป็นการ์ตูนล้อการเมือง ถูกห้ามฉายจนกระทั่งเปลี่ยนรัฐบาลใหม่จึงได้รับอนุญาตให้ออกฉาย


เด็กกับหมี พ.ศ. 2503

เป็นภาพยนตร์ความยาว 20 นาทีที่ได้ทุนจากองค์การ สปอ (SEATO) เพื่อแสดงการรวมตัวกันของชาติสมาชิก โดยให้เสียงพากษ์ใหม่ และจัดฉายในประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส นิวซิแลนด์ ฟิลิปปินส์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา


ชัยชนะของสาวน้อย พ.ศ.2535

ได้รับการว่าจ้างจาก JOICFP FILM ประเทศญี่ปุ่น ผลิตการ์ตูนเพื่อการศึกษา มุ่งไปที่กลุ่มวัยรุ่นเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้การวางแผนครอบครัว เรื่องสุขภาพ และอนามัยสำหรับสตรี ภายใต้การดูของกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย

008.jpg

“สุดสาคร” ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องยาวเรื่องแรกของไทย

เนื่องจากความฝันอันยิ่งใหญ่ของปยุตคือการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาว แต่การสร้างภาพยนตร์การ์ตูนถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีทีมงาน และเงินทุนที่สูงมาก โดยคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 5 ล้านบาทเพื่อทำให้ได้มาตรฐานฮอลลีวูดซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงมากในยุคสมัยนั้นที่ก๋วยเตี๋ยวขายแค่เพียงชามละ 1 สลึง หรือแค่ 25 สตางค์!

ปยุตได้เสนอโครงการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนไปยังที่ต่างๆ แต่ไม่มีนายทุน หรือธนาคารใดสนับสนุน และมักจะได้รับการปฏิเสธในเชิงว่า “ตัวการ์ตูนไม่ต้องกิน ทำไมถึงแพง อย่างนี้จ้างคนเล่นไม่ดีกว่าเหรอ” จนปยุตได้พบกับ พล.ต.ท.บันเทิง กัมปนาทแสนยากร เจ้าของบริษัท จิรบันเทิง โดยตกลงกันด้วยวาจา และไม่มีการทำบันทึกสัญญาใดๆโดยทางจิรบันเทิงเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และส่วนปยุตเป็นฝ่ายผลิต กำกับดูแลการถ่ายทำ และอุปกรณ์ต่างๆ โดยรายได้จากหนังการ์ตูนเรื่องนี้จะแบ่งกันคนละครึ่ง

009.jpg

ปยุต ตัดสินใจลาออกจากการเป็นอาจารย์พิเศษที่วิทยาลัยเพาะช่าง เพื่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการสร้างการ์ตูนเรื่องยาวเรื่องแรกของไทย เรื่อง “สุดสาคร”

เริ่มต้นด้วยความยากลำบาก เพราะเงินทุนที่ลุงมาไม่พอตั้งแต่แรกเริ่ม ปยุตต้องใช้เงินทุนในการสร้างทั้งหมด 5 ล้าน ซึ่งเฉลี่ยจะตกอยู่ที่เฟรมละ 60 บาท แต่นายทุนสมัยนั้นเห็นว่าภาพยนตร์ทั่วไปใช้ทุนกันเพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น

010.jpg

ปยุตได้รวบรวมลูกศิษย์จากเพาะช่างได้จำนวนหนึ่ง แล้วเริ่มการดำเนินงานที่บ้าน อุปกรณ์การทำบางอย่างก็ต้องสร้างกันขึ้นมาเองเพื่อประหยัดต้นทุน ซึ่งระหว่างนั้น ปยุตยังทำงานประจำที่ USIS เพื่อหารายได้ในช่วงกลางวัน และกลับมาวาดเส้นในเวลากลางคืน โดยได้อาสาสมัครจากนักเรียนเพาะช่าง ศิลปากร และช่างศิลป์ช่วยระบายสี ซึ่งต้องวาดภาพ ถึง 66,000 ภาพ

หลังจากใช้เวลาตรากตรำกว่า 2 ปี “สุดสาคร” ภาพยนตร์การ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรกของไทยความยาว 82 นาที ได้ฉายครั้งแรกวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2522 ที่โรงภาพยนตร์เอเธนส์ ทำรายได้ 2 ล้านบาท ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างมากจากผู้ชม ถือเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในสมัยนั้น

ผลจากการทำภาพยนตร์เรื่อง “สุดสาคร” คือ ทำให้ปยุตต้องเข้าโรงพยาบาล เพื่อผ่าตัดดวงตาข้างซ้าย ซึ่งเกือบจะบอดเนื่องจากเป็นต้อหินเพราะความหักโหมตรากตรำทำงานตลอดเวลา 2 ปี


“ปยุต เงากระจ่าง วอลล์ท ดิสนีย์ เมืองไทย”

ในระดับสากล ภาพยนตร์ของปยุตได้รับเชิญไปฉายตามมหกรรมภาพยนตร์ต่างๆ ทั้ง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮอลลีวูด ซึ่งถือว่าสร้างความฮือฮาให้กับเทศกาลได้เป็นอย่างมาก เพราะในสมัยนั้นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวที่มีมาตรฐานสำหรับฉายในโรงภาพยนตร์ถือว่ายังมีน้อยมากโดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งศาสตราจารย์ John A. Lent นักวิชาการชาวอเมริกันคนสำคัญที่ศึกษา และมีหนังสือเกี่ยวกับ Animation in Asia and Pacific ได้ยกย่องให้ปยุตเป็นหนึ่งในแอนิเมเตอร์คนสำคัญในภูมิภาคเอเชีย

012.jpg

จาก “สุดสาคร” จนมาถึง “ก้านกล้วย” ทิ้งช่วงเวลากว่า 27 ปี นั่นคือ 27 ปีที่วงการภาพยนตร์แอนิเมชันไทยหยุดนิ่ง ตรงกันข้ามในขณะที่ประเทศต่างๆ ที่มีพัฒนาที่ต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยปยุต เคยกล่าวว่า “ไม่บ้า ทำไม่ได้นะ ทั้งทำกล้องเอง ทั้งทำการ์ตูนเอง”

ผลงาน และเรื่องราวของปยุต เงากระจ่าง ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้แอนิเมเตอร์รุ่นใหม่ๆ มากมาย และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในระดับบุคคล ที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อสร้างความฝันในการสร้างภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่ในยุคหนึ่ง เรามีแอนิเมเตอร์ที่สามารถสร้างผลงานซึ่งมีมาตรฐานเทียบเท่ากับอภิมหาอำนาจของวงการภาพยนตร์อย่างญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา

-
Contributor : Akkharaphon Dantonglang