The Art of Editing #1 : Creative Cutting สำหรับงาน Video/Film Editing

มี Editor จำนวนไม่น้อยที่ใช้เครื่องมืออย่าง Adobe Premiere Pro, Final Cut Pro หรือ Avid ได้ แต่ไม่สามารถสร้างสรรค์งานตัดต่อที่สามารถเล่าเรื่อง และสร้างสไตล์ที่มีความน่าสนใจได้ นั่นเป็นเพราะอะไร ?

Cover.jpg

วันนี้ BEAR จะขอนำเสนอซีรีส์ในหัวข้อที่เกี่ยวกับการตัดต่อโดยเฉพาะชื่อ The Art of Editing ที่จะนำเสนอศาสตร์ และศิลป์ของการตัดต่อ เบื้องหลังวิธีคิดระดับมืออาชีพ ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ โดยเราจะเริ่มต้นกันในหัวข้อที่เป็นพื้นฐาน คือ Cutting แต่เราจะนำเสนอในรูปแบบของ Creative Cutting เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์กับงานที่หลากหลายมากกว่างานภาพยนตร์ ซึ่งเป็นงาน Music Video หรือ Promo ต่างๆ


สำหรับ Editor นอกจากเราจะต้องมีทักษะด้านการใช้เครื่องต่างๆ ให้เกิดความชำนาญแล้ว วิธีคิดในการตัดต่อ (Editing’s Thinking) ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยทั้งในเชิงการเล่าเรื่อง และการสร้างสไตล์ภาพที่มีความน่าสนใจได้ ซึ่งรายละเอียดในหัวข้อนี้ เราอ้างอิงผลงานของ Joey Scoma เพื่ออธิบายในภาพรวมทั้งหมด แล้วเราจะยกตัวอย่างแนวทางการประยุกต์แบบเจาะลึกลงไปในรายละเอียดของ Cutting แต่ละแบบ


1. Cutting on Action 

คือ การตัดจากภาพหนึ่ง ไปยังภาพหนึ่ง โดยเป็นการแสดงการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องกัน อาจมีขนาดภาพ หรือมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ เป็นเทคนิคที่เน้นการสร้างความต่อเนื่องของเหตุการณ์ (Continues) ให้มีความหลากหลาย เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องราว และเหตุการณ์


2. Cut Away 

คือ การตัดภาพจากภาพหลักไปยังภาพที่แทรกเข้ามา แล้วจึงตัดย้อนกลับมายังภาพหลักอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นภาพที่มีความยาว หรืออาจมีแค่เพียงเฟรมเดียวก็ได้ โดยภาพจะให้ความรู้สึกขัดจังหวะกับความต่อเนื่องของเหตุการณ์ โดยเทคนิคนี้ใช้เพื่อย่อ หรือข้ามเวลาในฉากที่มีความยาวมาก เพื่อเปรียบเทียบ หรือสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และแสดงปฏิกิริยาที่มีต่อเหตุการณ์หลัก โดยภาพที่แทรกเข้ามาจะมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หลัก


3. Cross Cutting

คือ การตัดสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์มากกว่า 1 เหตุการณ์ โดยที่เหตุการณ์ดำเนินไปข้างหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเล่าเรื่องคู่ขนานแบบ 2 เส้นเรื่อง หรือมากกว่า โดยที่เหตุการณ์กำลังดำเนินไป สามารถใช้เพื่อสร้างความตื่นเต้น ระทึก หรืออาจเป็นการเปรียบเทียบสิ่งที่ขัดแย้งกัน หรือใช้เพื่ออุปมาอุปไมยภาพเหตุการณ์ที่มีเนื้อหา หรืออารมณ์ที่เชื่อมโยงกัน ทั้งเหตุการณ์ที่นำมา Cross กันนั้นจะมีความสำคัญพอๆ กัน และภาพมีความต่อเนื่องมากกว่า 1 ภาพ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงการแทรกภาพ เข้ามาเพื่อคั่นเวลาเท่านั้น

▲ Trailer ของ The Girl with the Dragon Tattoo ฉบับ Director’s Cut โดย David Fincher ใช้เทคนิค Cross Cutting เป็นเทคนิคหลักในงานนี้ โดยมีเหตุการณ์หลักที่เป็นเส้นเรื่องหลัก คือ ภาพถนนที่มีหิมะปกคลุม และรถกำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า แล้วนำมา Cross กับหลายเหตุการณ์ โดยภาพจะมี Movement ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งสามารถสร้างความรู้สึกตื่นเต้น และน่าติดตามได้ดี รวมทั้งยังมีนัยยะแฝงถึงการมุ่งเข้ามาหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังหนึ่งที่ทุกคนกำลังมุ่งหน้าไป ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อเรื่องเป็นอย่างดี


4. Jump Cuts

คือ การตัดภาพในเหตุการณ์หนึ่งให้ภาพให้กระโดด หรือ Jump ข้ามช่วงเวลาหนึ่ง โดยที่เหตุการณ์ หรือองค์ประกอบภาพ เช่น ตำแหน่งของตัวละคร มุมกล้อง หรือขนาดของภาพยังอยู่แบบเดิม การตัดแบบนี้จะสร้างความรู้สึกไม่ต่อเนื่องของภาพ ในด้านเทคนิค Jump Cuts จะใช้เพื่อสื่อถึงภาวะไม่ปกติภายในจิตใจของตัวละคร หรือการย่อเวลา เพื่อแสดงให้เห็นถึงการรอคอยที่ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม แต่เวลาเปลี่ยนไป นอกจากเพื่อการสื่อความหมายในเชิงภาษาภาพยนตร์ ยังสามาถใช้เทคนิคเพื่อสร้างสรรค์สไตล์ให้เกิดความน่าสนใจได้


5. Match Cut 

คือ การตัดจากภาพหนึ่งไปเป็นภาพที่คล้ายกัน โดยการจับคู่ หรือ Match กัน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

Action - Movement ที่อาศัยการเชื่อมต่อของทิศทาง และเคลื่อนไหว
Composition - Graphics คือ การเชื่อมต่อของสี และแสงตัดรูปแบบ หรือตัดรูปร่าง 
Sound ที่ใช้เสียงเดียวกัน ที่มีความแตกต่างของระดับเสียง เช่น เป็นเสียงจากเพลงประกอบ แต่เมื่อตัวแสดงถอดหูฟัง ก็เป็นเสียงที่เปิดจากเครื่อง ซึ่งเป็นเพลงเดียวกัน 

โดยใช้องค์ประกอบจากฉากก่อนหน้าเพื่อนำไปยังฉากต่อไปอย่างลื่นไหล เพื่อสร้างความรู้สึกลึกของการเชื่อมต่อระหว่างสองเหตุการณ์ที่แตกต่างกันทั้งเหตุการณ์ และแนวคิด

▲ Edgar Wright ถือเป็นผู้กำกับที่มีเทคนิคการตัดต่อ ที่โดดเด่นมาก จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเขา และเทคนิคที่เขาใช้อยู่เสมอ คือ Match Cut


6. J Cut และ L Cut 

คือ การตัดต่อที่ใช้เสียงเป็นตัวเชื่อม โดยที่เสียงจะมีลักษณะคร่อมเข้ามาก่อน หรือหลังภาพ โดยแบบ J Cut คือ เสียงมาก่อนแล้วภาพค่อยตามมา ส่วน L Cut ก็จะตรงกันข้าม คือ ภาพมาก่อนแล้วเสียงค่อยตามมา


7. Montage 

คือ การตัดต่อแบบรวบรวม หรือประมวลภาพเพื่อเน้นย้ำ และสร้างความคิดรวบยอดของสิ่งที่ต้องการจะสื่อสาร เพื่อช่วยให้เข้าใจเหตุการณ์ หรือเรื่องราวของตัวละครในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเทียบกับเวลาจริงที่เกิดในการดำเนินเรื่อง ซึ่งบ่อยครั้งอาจใช้เพลงเข้ามาประกอบ โดยมีความหมาย หรือท่วงทำนองสอดคล้องกับเรื่องราวที่จะเล่า


โดยผลงานหนึ่งชิ้น Editor อาจต้องผสมผสาน Cutting ที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างความน่าสนใจ และดึงดูดผู้ชมให้อยู่กับผลงานของเราไปตั้งแต่ต้นจนจบ


จากบทความข้างต้น สำหรับการ Cutting แบบต่างๆ นอกจากการสร้างรูปแบบที่น่าสนใจแล้ว หาก Editor สามารถประยุกต์ใช้วิธีคิดที่ซ่อนอยู่ใน Cutting แต่ละแบบได้ ผลงานก็จะยิ่งมีมิติที่น่าสนใจทั้งในเชิงสไตล์ภาพ และการเล่าเรื่อง โอกาสที่จะสร้างงานที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์ ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้น

ซึ่งการสร้างผลงานให้ออกมาดีชิ้นหนึ่งนั้น Editor ถือเป็นบุคคลสำคัญ แล้วยิ่งหาก Editor คนไหนสามารถนำความ Creative มาใช้เพื่อสร้าง Cutting ให้มีความน่าสนใจ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับผลงาน และยกระดับความสามารถของตัว Editor เองได้อีกด้วย


-
Contributor : Akkharaphon Dantonglang